ลิ้งค์เชื่อมต่อ

‘แดเนียล เครก’ บู๊ระห่ำสั่งลาบทสายลับ 007 ใน ‘No Time to Die’


Cast member Daniel Craig poses as he arrives at the world premiere of the new James Bond film "No Time To Die" at the Royal Albert Hall in London, Britain, September 28, 2021. REUTERS/Henry Nicholls/File Photo

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนหนังภาพยนตร์สายลับ 007 กับ No Time To Die หนังสั่งลาบทเจมส์ บอนด์ของพระเอกหุ่นบึ้ก แดเนียล เครก ที่เจอแตะเบรกเพราะโควิดมาถึง 3 ครั้ง ได้ฤกษ์เข้าฉายตามกำหนดไปในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

Britain No Time To Die World Premiere
Britain No Time To Die World Premiere

บรรยากาศในรอบเปิดตัวที่กรุงลอนดอนเมื่อวันอังคาร เต็มไปด้วยบรรดาสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ และทัพนักแสดงคนดังมากมายเข้าร่วม นับเป็นการฉายภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

No Time No Die Premiere
No Time No Die Premiere

No Time To Die ภาพยนตร์ภาคที่ 25 ของสายลับ 007 เจอโรคเลื่อนไป 3 ครั้งถ้วนจากกำหนดการเดิมในเดือนเมษายน 2020 และการกลับมาเข้าฉายอย่างเป็นทางการครั้งนี้ บรรดาแฟนหนังและคอภาพยนตร์ต่างคาดหวังว่าจะเป็นการกลับมาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์หลังวิกฤตโรคระบาดอย่างแท้จริง

No Time To Die ที่ทุ่มทุนสร้างราว 200 ล้านดอลลาร์นี้ ว่าด้วยเรื่องราวของเจมส์ บอนด์ ที่เกษียณจากการเป็นสายลับไปหาความสงบสุขในจาเมกา ต้องร่วมงานกับสายลับสาว 00 agent ที่รับบทโดยนักแสดงสาวผิวสี ลาชานา ลินช์ (Lashana Lynch) เพื่อตามล่า ‘ซาฟิน’ ตัวร้ายซึ่งรับบทโดยเจ้าของรางวัลออสการ์ รามี มาเล็ค

Britain No Time To Die World Premiere
Britain No Time To Die World Premiere

ทั้งนี้ ภาพยนตร์บอนด์เรื่องที่ 25 No Time To Die ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากฝั่งนักวิจารณ์ภาพยนตร์ โดย Rotten Tomato ให้ 84% และ IMDB ให้คะแนน 7.6 จากเต็ม 10

ส่วนในแง่รายได้ทาง Universal Pictures ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่า No Time To Die จะกวาดรายได้ตั๋วหนังทั่วโลก 121 ล้านดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย และถือเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์เปิดตัว โดยที่ไม่ได้เข้าฉายในจีน

เฉพาะรายได้ตั๋วหนังฝั่งอังกฤษและไอร์แลนด์ เปิดตัวที่ 35 ล้านดอลลาร์ ทำให้หนังเรื่องนี้ทำสถิติหนังที่ทำรายได้เปิดตัวสูงสุดในยุคโควิดระบาดในฝั่งอังกฤษและไอร์แลนด์ไปแล้ว ขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดเข้าฉายในจีนปลายเดือนตุลาคมนี้

สำหรับแดเนียล เครก นี่คือหนังบอนด์ภาคที่ 5 และภาคอำลาบทพยัคฆ์ร้าย 007 ของเขา โดยเครกเปิดตัวในฐานะเจมส์ บอนด์ ในเรื่อง Casino Royale เมื่อปี 2006 ในบทบอนด์หุ่นบึ้กสายบู๊ ที่ไม่ได้ดูหล่อเหลาเจ้าสำอางเหมือนบอนด์คนก่อนๆ และครองสัมปทานบทสายลับ 007 มานานถึง 15 ปี

และเมื่อวันพุธ (6 ตุลาคม) ชื่อของนักแสดงหุ่นล่ำแดเนียล เครก ได้ปรากฎใน Hollywood's Walk of Fame อย่างเป็นทางการ ก่อนหนังเรื่องสุดท้ายในฐานะเจมส์ บอนด์ของเขาจะเข้าฉายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ โดยดวงดาวที่ 2,704 บนถนนฮอลลีวู้ดของเขา อยู่เคียงข้างกับ โรเจอร์ มัวร์ (Roger Moore) ผู้รับบทเจมส์ บอนด์ มาถึง 7 เรื่อง ช่วงปี 1973-1985

สำหรับบทบาทต่อไปของเครก จะไปแสดงละครเวทีเรื่อง Macbeth ในเดือนมีนาคมปีหน้า

(ที่มา: รอยเตอร์)

XS
SM
MD
LG