ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทบทวนความสัมพันธ์ "สหรัฐฯ - จีน - เกาหลีเหนือ" หนึ่งปีที่ผ่านมา


ปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมา เป็นปีที่น่าสนใจในแง่ของความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับประเทศที่เป็นศัตรูและคู่แข่งของสหรัฐฯ ในเอเชีย ได้แก่ เกาหลีเหนือ และ จีน

ความสัมพันธ์ที่ต้องจับตามองของ 'ทรัมป์ - คิม'

ปี 2018 เริ่มต้นขึ้นด้วยความหวังว่าจะเกิดความก้าวหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับ เกาหลีเหนือ เพื่อปูทางไปสู่การยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของกรุงเปียงยาง

โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2018 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน กล่าวปราศรัยเนื่องในวันปีใหม่ด้วยท่าทีและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป คือยอมรับและเปิดโอกาสให้มีการเจรจากับเกาหลีใต้และสหรัฐฯ มากขึ้่น

และในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่เมืองพย็องชาง ในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้นำคิมได้ส่งคณะผู้แทนไปร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน รวมทั้งส่งทีมนักกีฬาและเชียร์ลีดเดอร์ไปยังเกาหลีใต้ด้วย ทำให้ทั่วโลกจับตามองท่ามีความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีมากขึ้น

ในเดือนเมษายน ผู้นำคิมได้พบเจรจาครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดี มูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ บริเวณพรมแดนของสองประเทศ และยังถือเป็นการปูทางไปสู่การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์เช่นกัน ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้นำ คิม จอง อึน ที่สิงคโปร์ ในเดือนมิถุนายน เพื่อหารือเรื่องการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

หลังการประชุมดังกล่าว ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศว่าภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือได้จบลงแล้ว แต่นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ที่แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือต้องการจะยุติโครงการนิวเคลียร์จริงๆ

หลังจากนั้นได้มีการเจรจาระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้อีกสองครั้ง แต่ยังคงไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับอนาคตของข้อตกลงสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีได้

สำหรับในปีหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แสดงความประสงค์ว่าต้องการให้มีการหารือระหว่างตนกับผู้นำคิมอีกครั้ง แต่รายละเอียดของการประชุมที่ถูกพุดถึงนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา

สงครามการค้าระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่สั่นสะเทือนการค้าโลก

ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ - และจีน ได้เพิ่มความตึงเครียดตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีน ในขณะที่จีนก็ตอบโต้ด้วยมาตรการลักษณะเดียวกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่าจีนเอาเปรียบทางการค้าต่อสหรัฐฯ ทำให้จีนได้เปรียบดุลการค้ามหาศาล รวมทั้งกล่าวหาว่าจีนลอบขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทอเมริกันที่ไปลงทุนในจีนด้วย

การตอบโต้ระหว่างสองประเทศส่งผลสะเทือนต่อตลาดการค้าโลกและตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งต่อเกษตรกรและผู้ประกอบธุรกิจในทั้งสองประเทศ

และในการประชุมกลุ่ม G-20 ที่อาร์เจนติน่า เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ประลลุข้อตกลงขยายเวลาการหารือไปอีก 90 วัน เพื่อหาทางออกในความขัดแย้งนี้ และระงับการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของจีนที่เดิมกำหนดไว้วันที่ 1 มกราคม

XS
SM
MD
LG