ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ตลาดหุ้นร่วงแรงทั่วโลก จากความกังวลสัมพันธ์การค้า "จีน-สหรัฐฯ"


An investor reacts near boards displaying stock market prices in Beijing, China, Dec. 6, 2018.

ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ร่วงดิ่งลงในวันพฤหัสบดี หลังจากที่ดัชนีหุ้นทั้งในเอเชียและยุโรปร่วงลงไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุนที่ไม่แน่ใจต่ออนาคตของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สองประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ตลาดหุ้นนครนิวยอร์กร่วงลงไปกว่า 1.5% เมื่อเปิดตลาด ก่อนที่จะดีดตัวกลับขึ้นมาก่อนปิดตลาดในวันพฤหัสบดี หลังจากปิดการซื้อขายไปหนึ่งวันเมื่อวานนี้เนื่องในวันไว้อาลัยต่ออดีตประธานาธิบดี จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช

Trader Dudley Devine works on the floor of the New York Stock Exchange, Dec. 6, 2018.
Trader Dudley Devine works on the floor of the New York Stock Exchange, Dec. 6, 2018.

นักวิเคราะห์เชื่อว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงอย่างมาก คือข่าวการจับกุม เมิ่ง หวางโจว (Meng Wangzhou) ซีเอฟโอของ Huawei สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาการละเมิดมาตรการลงโทษต่ออิหร่าน

เธอถูกจับกุมที่เมืองแวนคูเวอร์ แคนาดา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งทางแคนาดาเพิ่งเปิดเผยการจับกุมในวันพุธ และคาดว่าเธอจะถูกส่งตัวมาดำเนินคดีในสหรัฐฯ

การจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีนครั้งนี้ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและการทำข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

โดยทางการจีนขอให้สหรัฐฯ และแคนาดา ออกมาอธิบายอย่างชัดเจนถึงเหตุผลในการจับกุม เมิ่ง หวางโจว พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอในทันที

A profile of Huawei's chief financial officer Meng Wanzhou is displayed on a Huawei computer at a Huawei store in Beijing, China, Dec. 6, 2018.
A profile of Huawei's chief financial officer Meng Wanzhou is displayed on a Huawei computer at a Huawei store in Beijing, China, Dec. 6, 2018.

และเมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระดมทวีตข้อความว่า จีนพร้อมที่จะเจรจาข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหรัฐฯ

โดยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เกิดเหตุการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วน เมื่อ ปธน.ทรัมป์ บอกว่าตนคือ "a Tariff Man" ซึ่งหมายถึงการที่ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุนนโยบายตั้งกำแพงภาษีสำหรับสินค้าที่จะนำเข้ามายังสหรัฐฯ รวมถึงสินค้านำเข้าจากจีนด้วย

XS
SM
MD
LG