ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐฯ เตรียมเปิดตัวโครงการแจกจ่ายและฉีดวัคซีนโควิด-19


Pharmacist Billy Sin shows the refrigerator which will store doses of COVID-19 vaccines, Dec. 9, 2020 at Mount Sinai Queens hospital in New York.

รัฐบาลสหรัฐฯ อาจกำลังจะเริ่มโครงการแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชนอเมริกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หลังจากที่สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA เปิดเผยว่าอาจรับรองให้ใช้วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) ภายในวันศุกร์หรือวันเสาร์นี้

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น คณะกรรมการพิเศษของสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA รับรองคำแนะนำต่อ FDA ให้อนุมัติวัคซีนต้านโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นการฉุกเฉินได้ โดยวัคซีนนี้ถูกพัฒนาร่วมกันโดยไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน และไบโอเอ็นเทค (BioNTech) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนี

คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวัคซีนและผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องของ FDA ใช้เวลาราวเก้าชั่วโมงพิจารณารับรองวัคซีนดังกล่าว โดยคณะกรรมการพิเศษจำนวน 22 คนต้องตอบคำถามว่า “จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีทั้งหมดในขณะนี้ วัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปหรือไม่?” โดยกรรมการ 17 คน ลงคะแนนว่า “ใช่” กรรมการ 4 คน ลงคะแนนว่า “ไม่” และกรรมการอีกหนึ่งคนงดออกเสียง

กรรมการสี่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรับรองวัคซีนแสดงกังวลถึงผลกระทบของวัคซีนต่อกลุ่มคนอายุ 16 และ 17 ปี เนื่องจากมีวัยรุ่นที่ีอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครทดลองวัคซีนเป็นจำนวนน้อย นักวิทยาศาสตร์บางคนยังกังวลว่ายังไม่มีข้อมูลของผลของวัคซีนต่อกลุ่มคนอายุดังกล่าวมากพอ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์ ระบุว่า ณ วันศกุร์ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ มีผู้ติดโควิด-19 สะสมแล้ว 15.6 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 291,000 คน โดยสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นสถิติใหม่ในหนึ่งวัน คือมากกว่า 3,100 คนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำแนะนำให้ FDA อนุมัติวัคซีนเป็นการฉุกเฉินของคณะกรรมการพิเศษนี้ เป็น “แสงสว่างในช่วงเวลาที่ไม่ควรมืดหม่น” และแสดงความขอบคุณต่อนักวิทยาศาสตร์และบุคลากรที่พัฒนาวัคซีนนี้

รัฐบาลสหรัฐฯ จะแจกจ่ายวัคซีน 6.4 ล้านโดสทั่วประเทศทันทีหลังวัคซีนได้รับการอนุมัติ โดยบุคลากรทางสาธารณสุขที่ทำงานด่านหน้าจะได้รับวัคซีนก่อนเป็นกลุ่มแรก นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ จะให้วัคซีนแก่บุคลากรด้านสาธารณสุขของกองทัพก่อนด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะต้องการวัคซีนไม่เกิน 44,000 โดสสำหรับกลุ่มบุคลากรดังกล่าว

XS
SM
MD
LG