ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

คณะกรรมการพิเศษแนะนำรับรองวัคซีนต้านโควิด-19 รอ FDA เคาะขั้นสุดท้าย


Documents created by Pfizer for the meeting with the Food and Drug Administration advisory panel, as Pfizer seeks approval for mass use of its COVID-19 vaccine, are seen Dec. 10, 2020.

เมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น คณะกรรมการพิเศษขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA รับรองคำแนะนำต่อ FDA ให้อนุมัติวัคซีนต้านโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นการฉุกเฉินได้ โดยวัคซีนนี้ถูกพัฒนาร่วมกันโดยไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอเมริกัน และไบโอเอ็นเทค (BioNTech) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมนี


คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวัคซีนและผลิตภัณฑ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องของ FDA ใช้เวลาราวเก้าชั่วโมงพิจารณารับรองวัคซีนดังกล่าว ในขณะที่สหรัฐฯ มียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดเป็นสถิติใหม่ โดยเในวันพุธวันเดียว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,100 คน

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์ ระบุว่าภายในเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ มีผู้ติดโควิด-19 แล้ว 15.5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 291,000 คน


คณะกรรมการพิเศษจำนวน 22 คนต้องตอบคำถามว่า “จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีทั้งหมดในขณะนี้ วัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปหรือไม่?” โดยกรรมการ 17 คน ลงคะแนนว่า “ใช่” กรรมการ 4 คน ลงคะแนนว่า “ไม่” และกรรมการอีกหนึ่งคนงดออกเสียง

ทั้งนี้ กรรมการสี่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการรับรองวัคซีนแสดงกังวลถึงผลกระทบของวัคซีนต่อกลุ่มคนอายุ 16 และ 17 ปี เนื่องจากมีวัยรุ่นที่ีอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครทดลองวัคซีนเป็นจำนวนน้อย นักวิทยาศาสตร์บางคนยังกังวลว่ายังไม่มีข้อมูลของผลของวัคซีนต่อกลุ่มคนอายุดังกล่าวมากพอ

คณะกรรมการพิเศษพิจารณาปัจจัยหลายประการในการให้ความเห็นชอบต่อการใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉิน รวมถึงปฏิกิริยาแพ้วัคซีนที่พบในอังกฤษสัปดาห์นี้ี้ โดยคาดว่า FDA จะให้การอนุมัติเป็นลำดับสุดท้ายในวันศุกร์หรือวันเสาร์

ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำแนะนำให้ FDA อนุมัติวัคซีนเป็นการฉุกเฉินของคณะกรรมการพิเศษนี้ เป็น “แสงสว่างในช่วงเวลาที่ไม่ควรมืดหม่น” และแสดงความขอบคุณต่อนักวิทยาศาสตร์และบุคลากรที่พัฒนาวัคซีนนี้

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะแจกจ่ายวัคซีน 6.4 ล้านโดสทั่วประเทศทันทีหลังวัคซีนได้รับการอนุมัติ โดยบุคลากรทางสาธารณสุขที่ทำงานด่านหน้าจะได้รับวัคซีนก่อนเป็นกลุ่มแรก นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ จะให้วัคซีนแก่บุคลากรด้านสาธารณสุขของกองทัพก่อนด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะต้องการวัคซีนไม่เกิน 44,000 โดสสำหรับกลุ่มบุคลากรดังกล่าว

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพุธว่า ทางกองทัพจะเริ่มแจกจ่ายวัคซีนภายในหนึ่งถึงสองวันหลัง FDA อนุมัติวัคซีน โดยในระยะแรก การรับวัคซีนจะเป็นไปตามความสมัครใจ แต่อาจมีการกำหนดบังคับให้มีการรับวัคซีน หากวัคซีนได้รับการขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบแล้ว

XS
SM
MD
LG