ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ศก.สหรัฐฯ รอความหวังพยุงตัวรอดวิกฤตจากแผนช่วยเหลือรัฐบาลและการอนุมัติวัคซีนโควิด


A small shopping basket filled with vials labeled "COVID-19 - Coronavirus Vaccine" and medical syringes are placed on a U.S. flag in this illustration taken November 29, 2020. Picture taken November 29, 2020. REUTERS/Dado Ruvic/Ilustration
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:26 0:00


เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่อยู่ในสภาพถูกกดดันหนักจากวิกฤตโคโรนาไวรัส กำลังเฝ้ารอความหวังจากแผนช่วยเหลือของรัฐบาล และการอนุมัติใช้วัคซีนต้านโควิด-19 มาเป็นแรงหนุนให้ข้ามผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย ขณะที่เทศกาลวันหยุดส่งท้ายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันมักเดินทางไปใช้เวลากับครอบครัว เข้าใกล้มาเรื่อยๆ และอาจหมายถึงความเสี่ยงของอัตราการติดเชื้อที่จะพุ่งสูงขึ้นไปอีก

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมมติรับรองกฎหมายงบประมาณชั่วคราวอายุ 1 สัปดาห์ ในวันพุธ เพื่อให้เวลากับสมาชิกสภาคองเกรสหาข้อสรุปแผนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 รอบใหม่ ขณะที่สถานการณ์ในหลายพื้นที่ของประเทศกลับมารุนแรงขึ้น และตัวเลขเฉลี่ยของผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อใหม่ในสัปดาห์ที่แล้วเพิ่มขึ้นมาเป็น 2,259 ราย และ 205,661 รายต่อวัน ตามลำดับ

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า ก่อนหน้านี้ วุฒิสมาชิก โจ แมนชิน จากพรรคเดโมแครต บอกกับสำนักข่าว CNN ว่า ตนคาดหวังที่จะเห็นสมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคร่วมกับถกเพื่อหาข้อสรุปรายละเอียดส่วนใหญ่ถึงราว 90 เปอร์เซ็นต์ของร่างกฎหมายช่วยเหลือใหม่ให้ได้ภายในวันพุธ

การถกรายละเอียดของแผนช่วยเหลือรอบใหม่ระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเท่าที่ผ่านมา ยังติดอยู่ที่ประเด็นการช่วยเหลือสำหรับผู้เดือดร้อน ทั้งจากรัฐบาลในแต่ละรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น ในช่วงที่ มีชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องตกอยู่ในภาวะว่างงาน จนทำให้อัตราการว่างงานของประเทศอยู่ที่ระดับ 8.4 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ขณะเดียวกัน ชาวอเมริกันหวังที่จะเห็นการเริ่มการแจกจ่ายวัคซีนต้านโควิด-19 ภายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อบริการสาธารณสุขที่เพิ่งบันทึกอัตราการเข้ารับการรักษาตัวของผู้ป่วยโควิด-19 ภายใน 1 วันที่พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 104,200 คนได้ หลังสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA เปิดเผยเอกสารที่ช่วยยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีนซึ่งร่วมผลิตโดยบริษัทยา ไฟเซอร์ (Pfizer) และบริษัท ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) โดยมีการคาดกันว่า FDA น่าจะอนุมัติวัคซีนดังกล่าวสำหรับการใช้งานฉุกเฉินในเร็วๆ นี้

XS
SM
MD
LG