ลิ้งค์เชื่อมต่อ

คำสั่งแบนการส่งออกชิปคอมพิวเตอร์สหรัฐฯ จ่อกระทบธุรกิจเทคโนโลยีจีน


FILE PHOTO: The logo of Nvidia Corporation is seen during the annual Computex computer exhibition in Taipei

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า คำสั่งห้ามการส่งออกสินค้าประเภทชิปประมวลผลคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ไปยังจีนน่าจะส่งผลกระทบหนักต่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนที่ดำเนินธุรกิจเคลาด์และปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์

บริษัท เอ็นวิเดีย คอร์ป (Nvidia Corp) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกแบบชิปประมวลผลคอมพิวเตอร์ชั้นนำรายหนึ่งของโลก เปิดเผยในวันพุธว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่งแจ้งทางบริษัทให้หยุดส่งออกชิปรุ่นท็อป 2 รุ่นสำหรับการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับจีน

ส่วนบริษัท แอดวานซ์ ไมโคร ดีไวเซส (Advanced Micro Devices) กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งเกี่ยวกับกฎด้านใบอนุญาตใหม่ที่มีผลให้ต้องหยุดส่งชิป AI ล้ำสมัยของบริษัทไปให้จีนทันที

ชู่ จเว่ถิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า กรุงปักกิ่งขอคัดค้านมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ และว่า มาตรการดังกล่าวนั้นบ่อนทำลายสิทธิของบริษัทจีนและเป็นภัยต่อห่วงโซ่อุปทานโลกด้วย

ทั้งนี้ คำสั่งล่าสุดของสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงวอชิงตันและกรุงปักกิ่งที่ตึงเครียดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโลโนยีชิปประมวลผลล้ำสมัย

เจย์ โกลด์เบิร์ก ซีอีโอของ ดีทูดี แอดไวเซอรี (D2D Advisory) บริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินและกลยุทธ์ธุรกิจ บอกกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ว่า มาตรการของสหรัฐฯ จะปิดกั้นบริษัทอเมริกันบางแห่งไม่ให้นำส่งสินค้าให้กับบริษัทบางแห่งของจีนได้ เหมือนกับกรณีของบริษัทหัวเหว่ย

ขณะเดียวกัน บริษัท เจฟฟรีย์ (Jefferies) ซึ่งให้บริการที่ปรึกษาด้านการเงิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภายใต้มาตรการดังกล่าว ความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดที่จะตามมาก็คือ กรุงวอชิงตันสั่งขยายอำนาจคำสั่งแบนการส่งออกให้ครอบคลุมไปถึงผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (Taiwan Semiconductor Manufacturing) และ ซัมซุง (Sumsung) ไม่ให้ทำธุรกิจกับบริษัทจีนด้วย

ผู้เฝ้าสังเกตการณ์หลายคนเชื่อว่า คำสั่งแบนล่าสุดของสหรัฐฯ นั้นจะกระทบบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่งของจีน เช่น อาลีบาบา (Alibaba Group Holding) เทนเซนต์ (Tencent Holdings) ไป่ตู้ (Baidu Inc) และ หัวเหว่ย (Huawei Technologies)

นักวิเคราะห์จาก เจฟฟรีย์ ให้ความเห็นว่า บริษัทเหล่านี้น่าจะต้องไปพึ่งพาบริการเคลาด์ของ กูเกิล (Google) จากบริษัท อัลฟาเบท (Alphabet Inc) หรือ เอดับเบิลยูเอส (AWS) ของ แอมะซอน (Amzon.com Inc) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับปัญญาประดิษฐ์เพื่อส่งออกกลับมายังจีนอีกที หรือไม่ ก็ต้องใช้ชิปที่มีความทันสมัยน้อยกว่าหลาย ๆ ชิ้น เพื่อทำหน้าที่แทนชิปล้ำสมัยที่ถูกแบนไป

  • ที่มา: รอยเตอร์
XS
SM
MD
LG