ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อุตสาหกรรมรถจีนอ่วม หลังขาดแคลน 'ชิป' หนักที่สุดในโลก


FILE - A 12-inch wafer is displayed at Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) in Xinchu, Jan. 9, 2007.

การขาดแคลนชิปคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการผลิตรถยนต์เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากห่วงโซ่อุปาทานที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 บวกรวมกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอื่น ๆ เริ่มฟื้นตัวจากภาวะขาดแคลนดังกล่าวได้บ้างแล้ว จีนยังเจอปัญหาหนักและกลายเป็นศูนย์กลางของวิกฤติขาดแคลนชิป

การสำรวจชิปคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในรถยนต์ประมาณ 100 ประเภทที่ผลิตโดยบริษัทชั้นนำของโลก 5 แห่งโดยสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า ยอดการสั่งซื้อชิปใหม่ทั่วโลกนั้น ต้องใช้เวลารอสินค้าโดยเฉลี่ยประมาณหนึ่งปี

ผู้ผลิตรถยนต์อย่าง เจเนรัล มอเตอรส์ (General Motors) ฟอร์ด (Ford) และ นิสสัน (Nissan) ได้เสาะแสวงหาวิธีจัดซื้อชิปเหล่านี้โดยการเจรจาต่อรองโดยตรงกับผู้ผลิตโดยตรง ยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น และเพิ่มยอดการสั่งซื้อเพื่อนำมาเก็บสำรองเอาไว้

แต่เมื่อมองไปที่จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังเป็นผู้นำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ภาวะขาดแคลนชิปและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์กลับดูย่ำแย่กว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะจีนยังต้องพึ่งพาการนำเข้าชิปเกือบทั้งหมดจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน นอกจากนี้ นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน ยังทำให้เกิดการล็อคดาวน์เมืองเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อีกด้วย

การคาดการณ์ที่ “เป็นไปได้ยากมาก”

ชิปคอมพิวเตอร์ หรือ เซมิคอนดักเตอร์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของชิ้นส่วนรถยนต์หลายพันชิ้น ไม่ว่าจะเป็นในรถยนต์แบบธรรมดาหรือรถยนต์ไฟฟ้า โดยชิปเหล่านี้มีหน้าที่ควบคุมการทำงานหลายอย่าง เช่น การปล่อยถุงลมนิรภัย การใช้เบรกฉุกเฉิน ใช้ในอุปกรณ์ให้ความบันเทิงในรถและใช้ในการนำทาง เป็นต้น

การสำรวจของรอยเตอร์ในเดือนมิถุนายนพบว่า การรอชิปนั้นใช้เวลาประมาณ 6-198 สัปดาห์ โดยมีค่าเฉลี่ย 49 สัปดาห์ หรือประมาณ 4 เดือน ซึ่งหมายความว่าชิปบางตัวนั้นอาจต้องรอไปจนถึงปีหน้า

FILE PHOTO: FILE PHOTO: An engineer holds a chip while posing for a photo, he is in the middle of testing reactions from different materials and shapes that can have on the chip at the Taiwan Semiconductor Research Institute (TSRI) in Hsinchu
FILE PHOTO: FILE PHOTO: An engineer holds a chip while posing for a photo, he is in the middle of testing reactions from different materials and shapes that can have on the chip at the Taiwan Semiconductor Research Institute (TSRI) in Hsinchu

ผู้ผลิตชิปประเทศเยอรมนีอย่างอินฟินีออน (Infineon) กล่าวกับรอยเตอร์ว่าบริษัทได้ลงทุนและขยายความสามารถในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ไปทั่วโลก แต่ก็ยังยอมรับว่าภาวะการขาดแคลนน่าจะดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาพรวมทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกที่น่าเป็นห่วง ยังทำให้การพยากรณ์หรือการคาดการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับภาวะขาดแคลนชิปนั้น “เป็นไปได้ยากมากในขณะนี้”

บริษัทผลิตชิปคอมพิวเตอร์ไต้หวัน ยูไนเต็ด ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (United Microelectronics) กล่าวว่า ยังเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะผลิตชิปให้ทันตามความต้องการของลูกค้า

ด้าน เกเลน เสง นักวิเคราะห์ของ TrendForce กล่าวว่าปัจจุบันผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สามารถซื้อหาชิปได้ประมาณ 80% ของจำนวนที่จำเป็นต้องใช้

ภาวการณ์ขาดแคลนชิปในจีน ตรงกันข้ามกับภาพรวมด้านอุปทานที่ดีขึ้นสำหรับผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ตัวอย่างเช่น โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) กล่าวในเดือนมิถุนายนว่า บริษัทคาดว่าปัญหาขาดแคลนชิปจะทุเลาเบาบางลงในครึ่งปีหลังนี้

A worker inspects semiconductor chips at the chip packaging firm Unisem (M) Berhad plant in Ipoh, Malaysia October 15, 2021. REUTERS/Lim Huey Teng
A worker inspects semiconductor chips at the chip packaging firm Unisem (M) Berhad plant in Ipoh, Malaysia October 15, 2021. REUTERS/Lim Huey Teng

รอยเตอร์รายงานว่าการต้องหาหนทางแก้ปัญหาขาดแคลนชิป ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ได้หันไปพึ่งเสิ่นเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าชิปคอมพิวเตอร์ของจีน และยังทำให้เกิด “ตลาดสีเทา” หรือ “gray market” และโบรกเกอร์ หรือนายหน้าที่ทำหน้าที่จัดหาซื้อชิปจากต่างประเทศเพื่อขายต่อให้ผู้ซื้อในจีนในราคาสูงลิ่ว เพื่อหวังทำกำไร

การซื้อหาชิปจากตลาดสีเทานั้น มีความเสี่ยงที่อาจจะได้ชิปที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ได้รับการติดฉลากอย่างถูกต้อง หรือชิปที่ถูกเก็บไว้ในสภาพที่ไม่เหมาะสมที่อาจจะทำให้ชิปเหล่านั้นได้รับความเสียหาย

ในขณะที่การซิ้อชิปจากโบรกเกอร์นั้น ผู้ซื้ออาจจะต้องจ่ายมากกว่าราคาดั้งเดิม 10-20 เท่า แต่ผู้ซื้อหลายรายก็ต้องยอมเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ซื้อรายเล็กในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เพราะพวกเขาไม่สามารถหาซื้อได้โดยตรงจากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการรับรองจากบริษัทผู้ผลิตชิป เป็นต้น

เคลวิน ปั๋ง โบรกเกอร์ในสิงคโปร์ กล่าวว่า โบรกเกอร์หลายคนในเสิ่นเจิ้นเป็นโบรกเกอร์หน้าใหม่ ที่ต้องการทำกำไรจากภาวะขาดแคลนชิป แต่หลายคนไม่มีประสบการณ์และไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่ บางคนไม่มีความรู้ว่าชิปที่ตัวเองติดต่อซื้อขายนั้น เอาไปใช้ทำอะไรบ้างในชิ้นส่วนรถยนต์

An employee works on the production line of electric vehicle (EV) battery manufacturer Octillion in Hefei, Anhui province, China March 30, 2021. REUTERS/Aly Song
An employee works on the production line of electric vehicle (EV) battery manufacturer Octillion in Hefei, Anhui province, China March 30, 2021. REUTERS/Aly Song

จีนหวังพึ่งพาตัวเอง

อุตสาหกรรมการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ภายในประเทศจีนนั้น ยังใหม่และไม่อยู่ในฐานะที่จะผลิตให้ทันตามความต้องการชิปในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า ผู้ผลิตในจีนผลิตชิปที่ใช้ในตลาดล่างเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่น ชิปที่ใช้ในเครื่องปรับอากาศในรถยนต์และชิปที่ใช้ในการปรับเบาะ เป็นต้น

นอกจากนี้ การออกแบบและการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงในจีนนั้นยังตามหลังคู่แข่งต่างชาติอยู่มาก จีนจึงได้เพิ่มความพยายามและการลงทุนเพื่อที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศ แต่ถึงอย่างนั้น เป้าหมายของจีนก็ทำได้ไม่ง่าย เพราะชิปที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก

หลี่ ซู่ตง ผู้จัดการอาวุโสของศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน หรือ CATARC กล่าวว่า ไมโครคอนโทรลเลอร์ (microcontroller) หรือ MCU ที่ใช้ในการควบคุมหน้าที่หลายอย่างของเครื่องยนต์ เช่น การส่งสัญญาณ การถ่ายทอดไฟฟ้าในระบบรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนการชาร์จแบตเตอรี่ คิดเป็น 30% ของชิปที่ใช้ในรถยนต์ และยังเป็นชิปที่ยากที่จีนจะผลิตเองและไม่นำเข้าจากต่างประเทศ

หวง ย่งกี่ หัวหน้าวิศวกรของ CATARC กล่าวว่าเขาไม่คิดว่าปัญหาขาดแคลนชิปในจีนจะได้รับการแก้ไขในอีกสองหรือสามปีข้างหน้า เพราะจีนยังต้องพึ่งการนำเข้าถึง 95% ของชิปจากต่างประเทศ

ส่วนวิคเตอร์ ชี่ ศาสตราจารย์รัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย University of California เมืองซานดิเอโก กล่าวว่าสำหรับจีนแล้ว การที่ไม่สามารถผลิตชิปได้เองนั้นถือเป็นจุดอ่อนด้านความมั่นคงที่สำคัญของชาติ

แต่ในอนาคต เขาคิดว่าจีนน่าจะสามารถสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิปในประเทศที่แข็งแกร่งได้ เช่นเดียวกับการที่จีนเคยปั้นอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ โดยทำให้เป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญลำดับต้น ๆ ของประเทศ ซึ่งถึงแม้ว่าจะนำไปสู่ความล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายแล้วการลงทุนและความมุ่งมั่นของจีน ก็ทำให้เกิดผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่สองสามรายที่กำลังครองตลาดโลกอยู่ในขณะนี้

ที่มา: รอยเตอร์

XS
SM
MD
LG