ลิ้งค์เชื่อมต่อ

จับตาการเมืองอเมริกันหลังยุค 'ทรัมป์' เมื่อความแตกต่างยังไม่จางหาย


U.S. President Donald Trump holds a rally to contest the certification of the 2020 U.S. presidential election results by the U.S. Congress, in Washington, January 6, 2021.
US Politics Post Trump Era
please wait

No media source currently available

0:00 0:03:56 0:00


หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติไม่ถอดถอนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอบที่สอง เมื่อวันเสาร์ ดูเหมือนยิ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่ออนาคตทางการเมืองของทรัมป์ และความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตที่ยังไม่จางหายไป

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ลงมติด้วยคะแนนเสียง 57 - 43 ซึ่งหมายความว่า อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ถูกถอดถอนย้อนหลังจากข้อกล่าวหาว่าทำการปลุกปั่นผู้สนับสนุนของตนให้ก่อเหตุจลาจลในกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 6 มกราคม ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำอาคารรัฐสภา รวม 5 คน

การที่จะลงมติชี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีความผิดและสมควรถูกถอดถอนนั้น จะต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา คือ 67 คน ประกอบด้วยสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวน 50 คน และต้องการเสียงจากสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันอย่างน้อยอีก 17 คน แต่ผลการลงมติชี้ว่ามีวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 7 คนที่ออกเสียงสนับสนุนให้ถอดถอนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

ก่อนหน้านี้ ผลการสำรวจของ Reuters/Ipsos ชี้ว่า 71% ของคนอเมริกันวัยผู้ใหญ่ เชื่อว่าทรัมป์มีส่วนรับผิดชอบในเหตุจลาจลที่รัฐสภา โดยในส่วนของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันนั้น มีอยู่ราวครึ่งหนึ่งที่คิดว่าทรัมป์สมควรมีส่วนรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนทรัมป์หลายคน เช่นคุณเชลล์ เรนิช เชื่อว่าการลงมติถอดถอนประธานาธิบดีที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วนั้น เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ในขณะที่คุณบาร์บารา เพอร์รี นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนีย กล่าวว่า มีผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันอยู่ราว 70% ที่ยังเชื่อว่า โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่โปร่งใส

คุณบาร์บารา เพอร์รี ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ผู้สนับสนุนทรัมป์ต่างได้นโยบายที่พวกเขาต้องการไปแล้ว เช่น อัตราภาษีต่ำ กฎเกณฑ์ที่น้อยลง การมีตุลาการศาลสูงส่วนใหญ่ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ตลอดจนนโยบายต่างประเทศเชิงรุก และการควบคุมตามแนวพรมแดน

ส่วนคุณเอเลน คามาร์ค แห่งสถาบัน Brookings ให้ความเห็นว่า ในส่วนของพรรคเดโมแครตและประธานาธิบดีนั้นก็กำลังเผชิญแรงกดดันเรื่องการควบคุมการระบาดของโควิด-19 การแจกจ่ายวัคซีน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้เรื่องการผสานความแตกแยกภายในพรรคดูจะเป็นภารกิจที่รองลงมา

ถึงกระนั้น สิ่งที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองส่วนใหญ่เห็นตรงกัน คืออนาคตทางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่ยังคงเต็มไปด้วยความสับสนและไม่แน่นอน

เพราะในขณะที่ทรัมป์ยังคงมีเสียงสนับสนุนมากมายจากกลุ่มฐานคะแนนจนอาจจะทำให้เขาชนะการเลือกตั้งได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 2024 แต่ในทางกลับกันเขาก็มีโอกาสเผชิญคดีความมากมายหลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้วทั้งคดีทางธุรกิจและการเมือง ซึ่งก็อาจส่งผลให้เขาถูกตัดสินลงโทษหรืออาจต้องลี้ภัยไปต่างประเทศได้เช่นกัน

ที่ผ่านมา ทรัมป์เน้นย้ำแกมข่มขู่ว่าตนจะจัดการนักการเมืองสังกัดรีพับลิกันที่แปรพักตร์ไปสนับสนุนให้ถอดถอนตน และเมื่อวันเสาร์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่ากำลังทบทวนอนาคตทางการเมืองของตน แต่ยังมิได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

XS
SM
MD
LG