ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยแผนสันติภาพตะวันออกกลาง หวังคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ที่ยืดเยื้อยาวนาน
ผู้นำสหรัฐฯ แถลงข่าวนี้เคียงข้างนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกอิสราเอล โดยบอกว่า เขาต้องการให้ปาเลสไตน์พึงพอใจกับแผนสันติภาพตะวันออกกลางครั้งนี้ หลังจากรอคอยมานานกว่า 70 ปี และนี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่ปาเลสไตน์จะได้รับ
ภายใต้แผนสันติภาพตะวันออกกลางที่ออกมาในวันอังคาร ระบุให้คงนโยบาย 2 State Solution หรือการที่ให้ปาเลสไตน์และอิสราเอลได้รับการยอมรับเป็นรัฐ เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล แต่จะยอมรับให้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของเยรูซาเล็ม เป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ด้วย จากที่แต่ก่อนนั้นทางอิสราเอลไม่ยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าว
ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปาเลสไตน์จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติม จากเม็ดเงินลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยสร้างงานให้ชาวปาเลสไตน์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า และเพิ่มจีดีพีของปาเลสไตน์ได้เป็น 2 เท่า แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าแผนสันติภาพตะวันออกกลางของทรัมป์จะได้รับการยอมรับจากฝั่งปาเลสไตน์หรือไม่
ด้านนายเนทันยาฮู กล่าวในการแถลงแผนสันติภาพตะวันออกกลางที่กรุงวอชิงตันด้วยว่า นี่ถือเป็นอนาคตที่สดใสของอิสราเอล ปาเลสไตน์ และภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยการสร้างหนทางแห่งสันติภาพที่ยั่งยืน
ขณะที่ผู้นำปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาส กล่าวคัดค้านแผนสันติภาพนี้ว่าเป็นการสมคบคิดกันระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอล และมีรายงานชาวปาเลสไตน์ไปรวมตัวประท้วงคัดค้านแผนสันติภาพนี้ที่ฉนวนกาซาในเขตเวสต์แบงค์ในวันอังคารด้วย และในการแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ไม่มีตัวแทนจากปาเลสไตน์เข้าร่วมแต่อย่างใด
ทั้งนี้ คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันแผนสันติภาพตะวันออกกลางมาตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่ง แต่ได้ล่าช้าออกไปจากสถานการณ์การเมืองในอิสราเอล ขณะที่ทางปาเลสไตน์ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการนี้ หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล อีกทั้งยังย้ายสถานทูตอเมริกันจากนครเทล อาวีฟ มาที่เยรูซาเล็ม จนนำไปสู่การประท้วงรุนแรงของชาวปาเลสไตน์เมื่อปีก่อน