ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ทรัมป์' เตรียมถอนสหรัฐฯ จากสนธิสัญญาควบคุมหัวรบนิวเคลียร์กับรัสเซีย


President Donald Trump talks to reporters before departing for a campaign rally in Cincinnati, on the South Lawn of the White House, Aug. 1, 2019.

สหรัฐฯ ประกาศในวันศุกร์ว่าจะถอนตัวออกจากสนธิสัญญาควบคุมหัวรบนิวเคลียร์พิสัยกลาง หรือ INF เพื่อหันไปพัฒนาหัวรบรุ่นใหม่ หลังจากที่รัสเซียยืนยันว่าจะไม่ทำลายขีปนาวุธรุ่นใหม่ของตนเองซึ่งองค์การนาโต้ระบุว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญา INF ดังกล่าว

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า "รัสเซียเองก็ต้องการจะถอนตัวจากสนธิสัญญา INF นี้เช่นกัน ซึ่งตนก็ไม่มีปัญหาอะไร"

ผู้นำสหรัฐฯ หวังว่าจะสามารถเจรจาสนธิสัญญาฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้แทน INF ซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็นได้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์บอกว่าตนยังมิได้หารือเรื่องสนธิสัญญา INF กับประธานาธิบดีปูตินแต่อย่างใด

ด้านเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตียเรซ แสดงความกังวลว่า เมื่อสนธิสัญญานี้หมดอายุลง โลกจะไม่มีเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ยับยั้งสงครามนิวเคลียร์อีกต่อไป และภัยคุกคามจากขีปนาวุธก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น สหประชาชาติขอให้ทุกฝ่ายสามารถเจรจาตกลงกันเพื่อหาแนวทางใหม่ในการควบคุมอาวุธอำนาจทำลายล้างสูงนี้

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ กล่าวหารัสเซียว่าเพิกเฉยต่อคำเตือนจากหลายประเทศเรื่องการละเมิดสนธิสัญญาดังกล่าว โดยเฉพาะการที่รัสเซียพัฒนาขีปนาวุธรุ่นใหม่ SSC-8 ซึ่งทางรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธ

และเมื่อเดือนที่แล้ว ปธน.ปูติน ได้ลงนามในร่างกฎหมายที่ยับยั้งการเข้าร่วมของรัสเซียในสนธิสัญญา INF ชั่วคราว หลังจากที่ 5 เดือนก่อน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำอย่างเดียวกัน

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โรแนลด์ เรแกน และอดีตผู้นำรัสเซีย มิคาอิล กอร์บาชอฟ ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาควบคุมหัวรบนิวเคลียร์พิสัยกลาง หรือ INF เมื่อปี ค.ศ.1987 ในยุคสงครามเย็น เพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของยุโรป โดยห้ามการพัฒนาหรือติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางแบบยิงจากพื้นดินที่มีระยะทำการระหว่าง 500 - 5,500 กม.

XS
SM
MD
LG