ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“เงินมืด” หลั่งไหลเข้าช่วยแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ พุ่งเป็นประวัติการณ์


Vote-by-mail ballots are shown in sorting trays, Wednesday, Aug. 5, 2020, at the King County Elections headquarters in Renton, Wash., south of Seattle. Washington state has offered voting by mail since 2011. (AP Photo/Ted S. Warren)
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:40 0:00


ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ สำหรับการเลือกตั้งใดๆ ก็ตาม คือ เงินสนับสนุนจากผู้บริจาคที่เป็นทั้งองค์กรและบุคคลซึ่งต้องเปิดเผยตัวตนเพื่อให้ทุกฝ่ายทราบว่าเงินที่บริจาคมานั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร

แต่ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นปีนี้ กลุ่มสังเกตการณ์ที่ชื่อ Center for Responsive Politics ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตันและทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางเงินเข้า-ออกภาคการเมืองของประเทศ เปิดเผยว่า เงินที่มาจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรรวมทั้งกลุ่มและองค์กรที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงการเมืองทำการบริจาคเงินให้กับโครงการหาเสียงในปีนี้มากขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์

สิ่งที่ Center for Responsive Politics ต้องการจะย้ำคือ ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ องค์กรใดๆ ที่จดทะเบียนเป็นหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคมไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของผู้บริจาคเงินผ่านมาให้ ขณะที่เม็ดเงินที่เพิ่มสูงขึ้นนี้อาจส่งผลต่อทิศทางของการเมืองในประเทศโดยที่ประชาชนไม่รู้ตัวเลย จนทำให้มีการเรียกงบอุดหนุนที่ไม่เปิดเผยที่มาชัดเจนนี้ว่าเป็น Dark Money หรือ “เงินมืด”

ข้อมูลที่กลุ่มสังเกตการณ์นี้รวบรวมมาได้ระบุว่า สำหรับช่วงฤดูกาลเลือกตั้งประจำปี ค.ศ. 2020 ที่ยังเดินหน้าอยู่นี้ มีการส่งผ่าน “เงินมืด” อย่างน้อย 177 ล้านดอลลาร์ให้แก่กลุ่มคณะกรรมการทางการเมืองอิสระ ที่มีชื่อเรียกรวมๆ ว่า Political Action Committees หรือ Super PACs โดยตัวเลขรับที่ยังไม่ครบฤดูกาลนี้น่าจะสูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเมื่อกลับไปดูสถิติที่กลุ่ม Super PACs บริจาคเงินให้กับการหาเสียงทางการเมืองตลอดฤดูกาลเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไปถึง 178 ล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น Center for Responsive Politics ระบุว่า กลุ่มที่ไม่เปิดเผยตัวได้ใช้ “เงินมืด” กว่า 19 ล้านดอลลาร์ไปกับการโฆษณาทางการเมืองโดยตรงไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทางกลุ่มเชื่อว่า เงินโฆษณาเช่นนี้จะพุ่งสูงขึ้นอีกมากในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปีนี้

แอนนา มาสโซเลีย นักวิจัยของ Center for Responsive Politics กล่าวว่า การใช้จ่ายโดยกลุ่ม Super PACs และกลุ่มก้อนอื่นๆ นอกวงการการเมืองที่รับเงินมาจากแหล่งที่ไม่เปิดเผยตัวน่าจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในฤดูกาลเลือกตั้งช่วง 2 ปีจากนี้ด้วย

อย่างไรก็ดี กลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และ Shell Company หรือ บริษัทเทียม ที่เป็นผู้รับผลประโยชน์จากเงินประเภทนี้ ปฏิเสธที่จะเรียกเงินอุดหนุนนี้ว่าเป็น “เงินมืด” ซึ่งเริ่มก่อร่างขึ้นมาชัดเจนหลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำพิพากษาเมื่อปี ค.ศ. 2010 ว่า รัฐบาลไม่สามารถจำกัดการใช้จ่ายด้านกิจกรรมทางการเมืองโดยบริษัทหรือสหภาพแรงงานใดๆ ได้ ซึ่งทำให้เกิดวิถีการส่งเงินดังที่ว่านี้ผ่านองค์กรประเภทต่างๆ เช่น หอการค้าสหรัฐฯ ซึ่งรายงานการบริจาคเงินเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางสหรัฐฯ เพื่อใช้ในกิจกรรมการเลือกตั้งโดยตรง

สิ่งที่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยการวิถีเช่นนี้กังวลคือ การเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคที่มีฐานะร่ำรวยแผ่อิทธิพลเพื่อให้ผลเลือกตั้งออกมาดั่งใจตนโดยที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อย

ไมเคิล เบ็คเคล ผู้อำนวยการงานด้านวิจัยแห่ง Issue One ซึ่งเป็นกลุ่มสังเกตการณ์ทางการเมืองที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน บอกกับ วีโอเอ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปัญหาที่เริ่มรุนแรงขึ้น เพราะเม็ดเงินหลายล้านดอลลาร์จะหลั่งไหลไปสู่กลุ่ม Super PACs ไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้งจริง ขณะที่เงินบางส่วนนั้นมีที่มาอันเป็นปริศนาที่ประชาชนไม่ทราบเลยว่าใครเป็นผู้บริจาคมา

ในส่วนของผู้ที่ออกมาปกป้องการบริจาคเงินโดยไม่เปิดเผยที่มาของเงินนั้น ล้วนแก้ต่างว่า การกระทำเช่นนั้นมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริจาคตกเป็นเหยื่อการถูกข่มขู่หรือก่อกวนทางการเมืองต่างหาก ขณะที่ หอการค้าสหรัฐฯ หรือ กลุ่มองค์กรอื่นๆ ที่เป็นตัวกลางส่งเงินให้ Super PACs นั้น จะระบุเพียงว่า เงินทั้งหมดมาจากสมาชิกและผู้ให้การสนับสนุนตนเท่านั้น

แอนนา มาสโซเลีย นักวิจัยของ Center for Responsive Politics กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการส่งเงินให้ Super PACs และองค์กรทางการเมืองอื่นๆ แล้ว ยังมีการใช้ “เงินมืด” เพื่อการลงโฆษณารณรงค์มากขึ้นด้วย โดยโฆษณาประเภทนี้จะหลีกเลี่ยงไม่ใช่คำว่า “โปรดลงคะแนนเพื่อ ...” หรือ “อย่าลงคะแนนให้...” ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง เพียงแต่จะส่งสารที่ทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมองผู้สมัครบางรายในมุมมองแบบใดแบบหนึ่ง ซึ่งการทำเช่นนั้นเป็นเหมือนการลงโฆษณากิจกรรมทางการเมือง โดยไม่ผิดกฎของคณะกรรมาธิการการเลือกตั้งสหรัฐฯ เลย

รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มองค์กร บริษัทเทียม และ Super PACs หลายแห่งได้ทำการส่งถ่ายเงินเพื่อสนับสนุนทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตกันมากมาย โดยที่เส้นทางที่มาของเงินทั้งหมดขาดความความโปร่งใส ซึ่งควรเป็นหัวใจสำคัญของระบบการเงินเพื่อสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งในสหรัฐฯ ขณะที่คณะกรรมาธิการการเลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจตรวจสอบได้เลย

ไมเคิล เบ็คเคล ผู้อำนวยการงานด้านวิจัยแห่ง Issue One กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่สาธารณชนไม่ทราบที่มาของเม็ดเงินเหล่านี้ เพียงเพราะช่องว่างทางกฎหมาย อาจกลายมาเป็นหนทางที่ผู้ไม่ประสงค์ดีนอกสหรัฐฯ ใช้ในการแทรกแซงการเลือกตั้งได้ และจุดนี้ถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรง และควรได้รับการแก้ไขโดยด่วน

ทั้งนี้ เบ็คเคล กล่าวว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อความโปร่งใสทางการเมืองต่างๆ ต้องการให้สภาคองเกรสยกระดับเงื่อนไขการเปิดเผยข้อมูลนี้ ด้วยการผ่านกฎหมายใหม่ที่จะทำให้การตั้งบริษัทเทียมเพื่อปกปิดที่มาของเงินบริจาคเพื่อการหาเสียงซึ่งมาจากต่างประเทศเป็นอาชญากรรม เพื่อไม่เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามามีบทบาทกับการเมืองสหรัฐฯ ได้

XS
SM
MD
LG