ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ชีวิตครบรส! จากดาวเต้นสุดเปรี้ยวยุคลูกกรุง สู่แม่ค้าขนมครกหวานมันที่แอลเอ


Rujilapa, Thai coconut pancake vendor in LA
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:24 0:00

รสชาติหวานมันของขนมหวาน คือสิ่งหนึ่งที่คนไทยหลายคนคิดถึงยามไกลบ้าน ที่เมืองลอสแอนเจลีส มีร้านขายขนมครกที่ขายมานานเกือบ 20 ปี เจ้าของคือ “คุณรุจิลาภา พัฑฒนะ” ในอดีตเธอคือสมาชิกดาวรุ่งจากวงสุนทราภรณ์ จากคนที่สร้างความบันเทิงบนเวที วันนี้เธอเลือกเปลี่ยนบทบาทมามอบรสชาติหอมหวานของขนมครกให้คนในอเมริกาได้ชิมกัน

ตลาด “Lax-C” ถือเป็นตลาดใหญ่ที่คนไทยในพื้นที่เมืองลอสแอนเจลีสรู้จักกันเป็นอย่างดี บรรยากาศของที่นี่มักจะคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และมุมเล็กๆใกล้ลานจอดรถของตลาดนี้ เป็นจุดขายอาหารไทยทั้งส้มตำ หมูปิ้ง และที่สำคัญมีขนมหวานที่ถือว่าหากินได้ยากในประเทศสหรัฐฯ อย่างขนมครกที่ทำขายจากเตาหลุมแบบร้อนๆ

คุณรุจิลาภา พัฑฒนะหรืออาติ๋ง คือเจ้าของร้านขนมครกแม่ติ๋ง เธอนำพาขนมไทยรสชาติหวานมันชนิดนี้มาขายที่นี่ได้ราว 20 ปีแล้ว แต่เธอเล่าให้วีโอเอไทยฟังว่าเมื่อก่อนไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำขนมหวานแต่อย่างใด ในอดีตเธอคือนักร้องที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจที่คนรุ่นใหญ่รู้จักในนาม ศวรรณี พัฒนะ นักร้องดาวรุ่งจากวงสุนทราภรณ์

“เราก็เติบโตมากับแวดวงของดนตรีไทย...เราก็มีโอกาสได้มองเห็นดนตรีสากลของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งตอนนั้นนอกจากเป็นวงกรมประชาสัมพันธ์แล้ว ยังเป็นวงสุนทราภรณ์ด้วย...เราเป็นคนรักในการร้องเพลง อยู่ในแวดวงของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย ดนตรีสากล เราก็ชอบในการร้องเพลงเราก็ไปสมัคร... เขาเรียกตอนนั้นว่า ดาวรุ่งสุนทราภรณ์”


ความรักในเสียงดนตรีนี้เธอบอกว่าได้มาจากการเติบโตในครอบครัวที่รายล้อมด้วยบุคคลในแวดวงดนตรีและศิลปะ คุณแม่บุญธรรมของคุณรุจิลาภาคือ อาจารย์ฉลวย จิยะจันทน์ ศิลปินซออู้ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น และคุณลุงของเธอคือ หม่อมหลวงขาบ กุญชร ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งทำให้เธอมีโอกาสเดินทางไปกรมประชาสัมพันธ์บ่อยๆในวัยเด็ก ช่วงอายุราว 13 -14 ปี เธอได้เข้ามาเป็นนักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์ คุณรุจิลาภาบอกให้ฟังว่าผลเพลงของเธอนั้นไม่ได้โดดเด่นด้านเสียงร้อง แต่จะเน้นไปในแนวสนุกสนาน

“จริงๆแล้วจะบอกว่าเพลงอาดังก็ไม่ได้นะ มันเป็นการเต้น เป็นดาวเต้นรุ่นแรกๆ…เราก็จะอยู่ในแวดวงของดาวเต้น...จนอายุ 16 จบม.6 ก็ออกมาร้องไน้ท์คลับ ตอนนั้นก็ดังมาก โลลิต้า สีดา ซูซี่วอง”

หลังจากใช้ชีวิตเป็นนักร้องดาวเต้นลูกกรุงตามไน้ท์คลับ เธอเดินทางมาที่ประเทศสหรัฐฯ โดยวางแผนจะมาเที่ยวประมาณ 2 เดือนตามคำเชิญชวนของเพื่อนสนิทในวงการ แต่เธอกลับชอบประเทศนี้และตัดสินใจตั้งต้นชีวิตใหม่ที่นี่

“คือตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนะ คุณไฉไล ไชยทาที่เป็นเพื่อนสนิท...เขาบอกติ๋งมาเที่ยวไหม เราก็นึกว่านานๆไปเที่ยวสหรัฐฯก็ไปสักที ไปสักสองเดือนแล้วก็จะกลับ ปรากฏว่านี่ก็อยู่มา 32 ปี”

พออยู่ไปแล้วรักที่นี่คือการเท่าเทียมของพลเมืองของเขา คุณจะรวย คุณจะจนอย่างไร มีความเท่าเทียมกัน เราชอบตรงนี้...เราชอบที่นี่ค่ะ


การใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐฯของคุณรุจิลาภา ไม่ต่างจากคนไทยคนอื่นๆในยุคนั้น เธอต้องทำงานที่หลากหลายเพื่อประคองชีวิตในต่างแดน จากความสามารถที่ถนัดอย่างการร้องเพลง เธอเล่าให้ฟังว่าไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ จำนวนวันทำงานที่จำกัดเพียง 3-4 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เธอต้องทำงานอื่นๆควบคู่ไปด้วย จนวันหนึ่งคนรู้จักมาแนะนำชี้ช่องทางการขายขนมครก แม้จะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความมั่นใจ แต่เธอก็อยากจะทดลองทำ

“เออ พี่ติ๋ง ขายขนมครกไหม เราก็แบบ เราเป็นนักร้องมันจะได้เหรอ เขาก็บอกได้ พี่ลองดู เราก็ชอบลองอยู่แล้ว การทำงานอะไรที่ได้ตังค์โดยสุจริต อาก็อยากจะทำ...ลองถูกลองผิดมา ตื่นขึ้นมาก็มาผสมขนมครก จากที่ไม่อร่อย จนตอนนี้ก็มีคนชื่นชมว่าอร่อย”


แม้ในวันนี้จะมีขนมไทยที่อร่อยไม่ต่างกันจากพ่อค้าแม่ค้าคนไทยจำหน่ายเพิ่มขึ้นในประเทศสหรัฐฯ คุณรุจิลาภาบอกว่าเพราะเธอขายขนมครกนี้มานานและคนรู้จักเธอผ่านสื่อท้องถิ่นอยู่แล้ว ทำให้ลูกค้าที่คุ้นเคยก็ยังคงแวะเวียนมาอุดหนุนอยู่อย่างสม่ำเสมอ เธอแนะนำเคล็ดลับให้กับคนรุ่นใหม่ ให้มองเห็นเสน่ห์ของธุรกิจอาหารที่ควรคำนึงมากกว่าเรื่องของรสชาติแต่คือการบริการอย่างจริงใจ

“เวลามีคนเข้ามาในร้าน เราจะมีการดูแลเหมือนญาติสนิท เหมือนกับครอบครัวเข้ามา สั่งแล้วยังคะ ร้อนไหมคะ ดื่มน้ำแล้วยังคะ...อาว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ถ้าเราอร่อยแค่ไหน แล้วเราไม่ใส่ใจลูกค้า เราดูถูกลูกค้า เราจะอยู่ไม่ได้นานถึงเกือบ 20 ปีอย่างที่อาอยู่หรอก”

การอยู่ไกลบ้าน แม้จะมีอุปสรรคที่มากมาย แต่คุณรุจิลาภาบอกว่าเธอรักที่นี่ และมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตในประเทศสหรัฐฯ

“พออยู่ไปแล้วรักที่นี่คือการเท่าเทียมของพลเมืองของเขา คุณจะรวย คุณจะจนอย่างไร มีความเท่าเทียมกัน เราชอบตรงนี้...เราชอบที่นี่ค่ะ”

ปัจจุบันคุณรุจิลาภาใช้ชีวิตในวัย 67 ปีอยู่กับลูกชายหนึ่งคน เธอเห็นว่าไม่เกิน 5 ปีนี้จะยุติการขายเนื่องจากไม่มีผู้สานต่อ แม้ในอนาคตธุรกิจของเธอจะกลายเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานของคนไทยในเมืองลอสแอนเจลีส แต่วันนี้เธอยังคงมีความสุขในการมอบรสชาติหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของขนมครกไทย ให้ทั้งคนที่คิดถึงบ้าน รวมถึงชาวต่างชาติได้ลิ้มลองกัน

XS
SM
MD
LG