ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

‘ฮิวแมน ไรทส์ ว็อทช์’ เร่งเร้าให้ผู้นำการเมืองร่วมต่อต้านแนวทางเผด็จการประชานิยม


Tunisian riot police officers line up during a protest against the 2018 budget in Tunis, Jan. 9, 2018.

หน่วยงานนี้ระบุว่า ผู้นำเผด็จการประชานิยมนำการตีความว่าประเทศต้องการอะไร มาแทนที่การปกครองประชาธิปไตยที่แท้จริง

หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch เปิดเผยรายงานประจำปี พ.ศ. 2561 ที่เร่งเร้าให้ผู้นำการเมืองในประเทศต่างๆ ร่วมต่อต้านแนวทางเผด็จการประชานิยม

นายเคนเน็ธ ร็อธ (Kenneth Roth) ผู้อำนวยการบริหารของ Human Rights Watch ระบุว่า ปีที่แล้วแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากผู้นำการเมืองที่บิดเบือนค่านิยมและความเชื่อของประชาชน

เขาบอกว่า ผู้นำเผด็จการแนวประชานิยมต้องการนำการตีความของตนเองว่าคนส่วนใหญ่ต้องการอะไร มาแทนที่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

รายงานฉบับนี้ยกตัวอย่างประเทศฝรั่งเศสว่าประสบสำเร็จในการต้านทานกระแสประชานิยม หลังจากที่ผู้นำกลุ่มขวาจัด Marine Le Pen พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ผู้ชนะการเลือกตั้ง นาย Emanuel Macron มีผลงานบริหารประเทศฝรั่งเศสที่ถูกวิจารณ์เช่นกัน เช่นในเรื่องนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย

หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนนี้ยังได้ชื่นชมสหภาพยุโรป ที่รับมือกับเผด็จการประชานิยมในประเทศฮังการี และโปแลนด์ได้อย่างดี

แต่ Human Rights Watch ตำหนิสหภาพยุโรปว่าไม่ใส่ใจการปราบปรามทางการเมืองในตุรกีเท่าที่ควร

Human Rights Watch กล่าวว่า สหภาพยุโรปมองข้ามการบั่นทอนประชาธิปไตยโดยประธานาธิบดีเรจิ้บ เทยิบ เออโดวาน ของตุรกี เพราะต้องการความช่วยเหลือจากตุรกีเรื่องผู้ลี้ภัย

ในส่วนของสหรัฐฯ Human Rights Watch กล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับคนเข้าเมือง และดำเนินแนวทางแบ่งแยกเชื้อชาติสีผิว พร้อมด้วยการทำสงครามกับยาเสพติด อย่างไรก็ตาม Human Rights Watch บอกว่า คนอเมริกันไม่นิ่งเฉยต่อนโยบายที่กระทบสิทธิมนุษยชน

รายงานชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาสังคม นักข่าว นักกฎหมาย ผู้พิพากษา และนักการเมืองภายในพรรครีพับลิกันเอง แม้ผู้นำประเทศจะมาจากพรรคเดียวกัน

ทำเนียบขาวแก้ต่างให้ประธานาธิบดีทรัมป์บ่อยครั้งว่า การแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวเป็นสัญญาที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ไว้กับประชาชนช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

ประเทศเล็กๆ อย่างเช่น ลิกเตนสไตน์ ได้รับคำชมจาก Human Rights Watch ว่าสามารถเอาชนะแรงต้านจากรัสเซีย ที่ไม่ต้องการให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ จัดตั้งกระบวนการเก็บหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อซีเรียเรื่องอาชญากรรมสงคราม

Human Rights Watch ระบุถึงเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ที่สตรีทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐฯ แสดงพลังในการเดินขบวนเรียกร้องสิทธิ์ ที่เรียกว่า Women’s March และกระแส #MeToo ที่ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่จนกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม

กระแส #MeToo ทำให้ผู้กระทำผิดซึ่งเป็นบุคคลทรงอิทธิพลจำนวนมากถูกเปิดโปง และโดนกดดันให้แสดงความรับผิดชอบ

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Henry Ridgwell)

XS
SM
MD
LG