ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

แอปติดตามการแพร่เชื้อโควิด-19 ไม่ได้รับความนิยมในหมู่อเมริกันชน


Covid-19 App
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:23 0:00


เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว Apple และ Google ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ในสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนผู้ที่อาจสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้

รัฐต่าง ๆ และดินแดนของสหรัฐฯ ทั้งหมด 18 แห่ง มีเทคโนโลยีดังกล่าวใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ The Associated Press พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ในพื้นที่เหล่านั้นยังไม่ได้เปิดใช้งานแอปพลิเคชั่นนี้

ข้อมูลจาก 16 รัฐ รวมไปถึง เกาะกวม และกรุงวอชิงตัน แสดงให้เห็นว่า ประชากร 8.1 ล้านคนเปิดใช้เทคโนโลยีนี้กันเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นอัตราส่วนเพียง 1 ใน 14 ของประชากร 110 ล้านคนในภูมิภาคเหล่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ตามทฤษฎีแล้ว แอปฯ ดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนหนึ่งในงานที่ยากที่สุดในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั่นก็คือการติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพื่อตรวจหาเชื้อ และกักตัวหากมีความจำเป็น

แต่ในทางปฏิบัติ ข้อมูลที่ผิด ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 ที่แพร่กระจายออกไป ความซับซ้อนของเทคโนโลยี การที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวนมากจำเป็นต้องยืนยันการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน ตลอดจนการขาดความตระหนักรู้โดยทั่วไป ล้วนแล้วแต่เป็นอุปสรรคของการใช้แอปฯ นี้

Jessica Vitak รองศาสตราจารย์จากภาควิชาสารสนเทศศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กล่าวว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคสำหรับการใช้แอปพลิเคชั่นนี้ และว่า น่าเสียดายที่ COVID-19 ถูกทำให้เป็นเรื่องของการเมืองในสหรัฐฯ มากกว่าในประเทศอื่น ๆ ซึ่งส่งผลต่อความตั้งใจของผู้คนที่จะใช้เครื่องมือในการติดตามนี้

Evan Metaxatos ทนายความจากเมืองชาร์ลอต รัฐนอร์ธแคโรไลน่า กล่าวว่าเขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทราบว่าจะมีแอปพลิเคชั่นติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใช้ในรัฐของเขา เขาดาวน์โหลดแอปฯ SlowCOVIDNC ในทันที และให้คุณพ่อคุณแม่และภรรยาที่ตั้งครรภ์ทำตามอีกด้วย แต่มีประชากรเพียง 482,003 คนจาก 10.5 ล้านคนเท่านั้นที่ติดตั้งแอปฯ นี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

Metaxatos กล่าวว่า แอปฯ นี้จะมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมก็ต่อเมื่อทุกคนใช้ อย่างไรก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรใช้เลย

Apple และ Google ได้ร่วมกันสร้างเทคโนโลยีหลักที่อยู่เบื้องหลังแอปฯ ดังกล่าว โดยใช้สัญญาณไร้สายบลูทูธเพื่อตรวจจับในเวลาโทรศัพท์สองเครื่องอยู่ใกล้กันโดยที่ไม่ระบุตัวตน หากผู้ใช้แอปฯ ติดเชื้อ โทรศัพท์ของบุคคลนั้นจะส่งเสียงแจ้งเตือนไปยังบุคคลอื่นที่เข้ามาใกล้ โดยที่ไม่เปิดเผยชื่อสถานที่ หรือข้อมูลระบุตัวตนอื่น ๆ

ในรัฐต่าง ๆ เช่น โคโลราโด คอนเนตทิคัต แมรีแลนด์ และวอชิงตัน รวมถึงกรุงวอชิงตัน ผู้ใช้โทรศัพท์ iPhone ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปฯ ด้วยซ้ำ แต่ Apple จะแจ้งเตือนผ่าน pop-ups โดยการปรับการตั้งค่าโทรศัพท์

รัฐเหล่านี้มีอัตราการใช้แอปพลิเคชั่นดังกล่าวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อไม่นานมานี้ รัฐวอชิงตันเผยว่าปประชากรในรัฐมากกว่า 1 ล้านคนหรือราว 13% ได้เปิดใช้งานเทคโนโลยีในสี่วันแรก แต่แม้ในรัฐที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างคอนเนตทิคัต ก็มีเพียงประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นที่เลือกใช้แอปพลิเคชั่นติดตามผู้ติดเชื้อนี้

ขณะที่แอปพลิเคชั่น COVIDWISE ของรัฐเวอร์จิเนีย เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และเป็นแอปพลิเคชั่นแรกที่เปิดใช้จริง ตั้งแต่นั้นมีประชากรไม่ถึง 1 ใน 10 ที่ดาวน์โหลดแอปฯ นี้ และที่รัฐเดลาแวร์มีผู้ดาวน์โหลดคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 7% เท่านั้น

ส่วนรัฐอื่น ๆ ก็มีอัตราการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ที่ต่ำกว่ามาก ที่นิวยอร์ก มีการเปิดตัวแอปฯ นี้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม มียอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้งไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 5% ของประชากร ส่วนที่นิวเจอร์ซีย์และเพนซิลเวเนีย มีการใช้งานน้อยกว่าอยู่ที่ 4% เท่านั้น

ทั้งนี้ แอปฯ ซึ่งให้บริการฟรีมีอยู่ในร้านค้า App Store ของ Apple และ Google Play store สำหรับโทรศัพท์ Android และยังมีให้ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของหน่วยงานด้านสุขภาพต่าง ๆ ของรัฐบาลประจำรัฐนั้น ๆ อีกด้วย

XS
SM
MD
LG