ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ซีดีซีสหรัฐฯ เตือนไข้หวัดใหญ่อาจระบาดหนักฤดูหนาวนี้


FILE - A boy gets an influenza vaccine injection at a health care clinic, in Boston, Massachusetts, Jan. 12, 2013.

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี เตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐฯ ในช่วงฤดูหนาวปีนี้อาจมากกว่าปีก่อน ๆ หลังจากที่สถานการณ์การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ลดลงในช่วงการระบาดของโควิด-19 ตลอดสองปีที่ผ่านมา

ในอีเมลที่ส่งถึงวีโอเอ ซีดีซีระบุว่า "สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ค่อนข้างน้อยตั้งแต่ปีค.ศ. 2020 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการที่ใช้ควบคุมการระบาดของโควิด-19 สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย"

อย่างไรก็ตาม ซีดีซีชี้ว่า เวลานี้ไข้หวัดใหญ่ได้เริ่มแพร่ระบาดในบางพื้นที่ทางภาคใต้ของสหรัฐฯ แล้ว โดยเฉพาะที่รัฐเท็กซัสและจอร์เจียที่พบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

FILE - Dr. William Schaffner, medical director of the National Foundation for Infectious Diseases, speaks in Nashville, Tenn., March 16, 2020.
FILE - Dr. William Schaffner, medical director of the National Foundation for Infectious Diseases, speaks in Nashville, Tenn., March 16, 2020.

นายแพทย์วิลเลียม แชฟเนอร์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่งมูลนิธิโรคติดเชื้อแห่งชาติ (National Foundation for Infectious Diseases) กล่าวว่า "แม้ฤดูระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐฯ เพิ่งจะเริ่มต้น แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในซีกโลกทางใต้ ชี้ให้เห็นว่าไข้หวัดใหญ่อาจระบาดอย่างหนักได้ในปีนี้"

นักวิจัยมักใช้วิธีสังเกตฤดูการระบาดของประเทศในซีกโลกทางใต้ก่อน ซึ่งปกติจะอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม เพื่อคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฤดูการระบาดของซีกโลกทางภาคเหนือมาถึงในช่วงเดือนตุลาคม ต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม

ในปีนี้ ออสเตรเลียเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่เร็วกว่าปกติถึงสองเดือน และมีการระบาดหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยถึงสามเท่า อ้างอิงจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย กล่าวคือ มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ยืนยันแล้ว 225,332 คน เสียชีวิต 308 คน เทียบกับปี 2020 ที่มีผู้ติดเชื้อ 21,266 คน และเสียชีวิต 37 คน

รายงานชี้ว่า เด็กและคนหนุ่มสาวในออสเตรเลียคือกลุ่มที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ ส่วนหนึ่งเชื่อว่า เป็นเพราะภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติลดลงเพราะมาตรการป้องกันการระบาดของโควิดที่รัฐบาลออสเตรเลียนำมาใช้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา รวมถึงการบังคับสวมหน้ากาก และการเว้นระยะห่างทางสังคม

ทั้งนี้ ข้อมูลของซีดีซีสหรัฐฯ ระบุว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (Influenza A) ซึ่งทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดอื่น พบมากขึ้นในปีนี้ และสามารถติดต่อได้ง่ายกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดบี (Influenza B) ราว 2-3 เท่า

FILE - Dr. Rochelle Walensky, director of the U.S. Centers for Disease Control and Prevention, speaks during an interview with The Associated Press, in Atlanta, Dec. 8, 2021.
FILE - Dr. Rochelle Walensky, director of the U.S. Centers for Disease Control and Prevention, speaks during an interview with The Associated Press, in Atlanta, Dec. 8, 2021.

ซีดีซีขอให้ชาวอเมริกันอายุ 6 เดือนขึ้นไปเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนสิ้นเดือนตุลาคม ขณะที่ แพทย์หญิงโรเชลล์ วาเลนสกี ผอ.ซีดีซี กล่าวว่า "สองปีที่ผ่านมา อัตราการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในหมู่ประชาชนอเมริกันลดลงอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรง"

นอกจากนี้ กระแสการต่อต้านวัคซีนในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดความกังวลว่า อาจมีประชาชนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่น้อยลงไปด้วย โดยผลการสำรวจของมูลนิธิโรคติดเชื้อแห่งชาติ พบว่ามีคนอเมริกันจำนวนน้อยลงที่บอกว่าจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปีนี้

แพทย์หญิงวาเลนสกี กล่าวว่า "ในขณะที่ฤดูการระบาดที่ท้าทายของไข้หวัดใหญ่กำลังรออยู่ข้างหน้า เราขอให้ทุกคนปกป้องตนเองและครอบครัวจากไข้หวัดใหญ่และอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ "

ซีดีซีแนะนำว่า ประชาชนควรใช้มาตรการต่าง ๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วระหว่างการระบาดของโควิด-19 เช่น การเว้นระยะห่างกับผู้อื่น การล้างมือบ่อย ๆ การปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม และการกักตัวอยู่บ้านเมื่อมีอาการป่วย

  • ที่มา: วีโอเอ

XS
SM
MD
LG