ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ธุรกิจ: 'ไอเอ็มเอฟ' เตือน ศก.โลกสะเทือนหนักจากมาตรการกีดกันการค้า


Christine Lagarde, Managing Director of the International Monetary Fund (IMF), addresses a news conference on the eve of the World Economic Forum, WEF, in Davos, Jan. 22, 2018.
Christine Lagarde, Managing Director of the International Monetary Fund (IMF), addresses a news conference on the eve of the World Economic Forum, WEF, in Davos, Jan. 22, 2018.
please wait

No media source currently available

0:00 0:02:49 0:00

ไอเอ็มเอฟ เตือน ศก.โลกกระเทือนหนักจากมาตรการกีดกันการค้า

นางคริสตีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ออกมาเตือนว่าระบบการค้าโลกอาจถูกทำลายด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า โดยเธอกล่าวในเวทีประชุมโปอ่าว (Boao) ที่ฮ่องกงเมื่อวันพุธ พุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯและจีน ที่ตอบโต้กันด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้า อาจนำไปสู่ความกังวลถึงการก่อสงครามการค้าระหว่างกัน

ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กังวลว่าการปกป้องทางการค้าของมหาอำนาจ จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อระบบการค้าโลก และไม่มีใครได้รับชัยชนะในสงครามการค้า โดยเฉพาะผู้คนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกที่ยังอยู่ในฐานะยากจน

นางลาการ์ด ยังเสนอให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยการเปิดเสรีในภาคบริการของประเทศกำลังพัฒนา การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในภาครัฐ รวมทั้งยกระดับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา

“ทรัมป์” ลงนามกฏหมายสกัดกั้นเว็บไซต์ลักลอบค้าบริการทางเพศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลงนามในกฏหมายใหม่ ว่าด้วยการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการสกัดกั้นการลักลอบค้าบริการทางเพศผ่านทางเว็บไซต์ หรือที่เรียกสั้นๆว่า FOSTA และกฏหมายดังกล่าวได้เสียงสนับสนุนจากรัฐสภาอย่างท่วมท้น

โดยกฏหมายล่าสุดนี้ จะลดการป้องกันทางกฏหมายของเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาการใช้ความรุนแรงและการค้าบริการทางเพศบนโลกออนไลน์ รวมทั้งเปิดทางให้เหยื่อผู้เสียหาย และอัยการสูงสุดของแต่ละรัฐ สามารถสั่งฟ้องเว็บไซต์และสั่งบล็อคโฆษณาที่มีเนื้อหาเข้าข่ายการค้าบริการทางเพศได้

การลงนามกฏหมายของทรัมป์ มีขึ้นไม่กี่วัน หลังจาก เว็บไซต์ backpage.com ถูกสั่งปิด และจับกุมผู้บริหาร 7 คนของเว็บไซต์ดังกล่าว โทษฐานใช้ช่องทางในเว็บไซต์ลักลอบขายบริการทางเพศในเด็กสาววัยรุ่น

ออสติน รัฐเท็กซัส ครองแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในอเมริกา

ผลการสำรวจของ U.S. News & World Report เปิดเผยว่า เมืองออสติน รัฐเท็กซัส รักษาแชมป์สมัยที่สอง ในการจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในอเมริกาประจำปีนี้ โดยพิจารณาจากเมืองใหญ่ 125 แห่งทั่วประเทศ จากค่าครองชีพ ตลาดแรงงาน และคุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่

โดยอันดับ 2 และ 3 ตกเป็นของเมืองโคโลราโด สปริงส์ และเดนเวอร์ ในรัฐโคโลราโด อันดับ 4 เป็นของเมือง เดอ มอยส์ รัฐไอโอวา และเมืองฟาอิทวิลล์ รัฐอาคันซอ อยู่ในอันดับ 5

ส่วนอันดับ 6 เป็นของเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน อันดับ 7 เมืองฮันท์วิลล์ รัฐแอละบามา กรุงวอชิงตันมาในอันดับ 8 อันดับ 9 คือเมืองมินนิอาโปลิส รัฐมินนิโซตา และอันดับ 10 เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน

XS
SM
MD
LG