ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ธุรกิจ: สหรัฐฯ เตรียมแผนตอบโต้การทุ่มตลาดอลูมิเนียมของจีน


FILE - A worker drives a forklift to transport aluminum bars at a factory in Anshun, Guizhou province, China, July 1, 2013.

สหรัฐฯ เตรียมแผนตอบโต้การทุ่มตลาดอลูมิเนียมของจีน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ แถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เสนอให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจำพวกกระดาษอลูมิเนียมฟอยล์ที่นำเข้าจากประเทศจีน เนื่องจากราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าท้องตลาดกระทบกับการแข่งขันของธุรกิจสหรัฐฯ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสมาคมอลูมิเนียมสหรัฐฯ ได้ร้องเรียนต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ว่ามีการนำเข้ากระดาษอลูมิเนียมจากจีนที่ต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาขายในสหรัฐฯ ทำให้ธุรกิจในประเทศไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และอาจทำให้ชาวอเมริกันนับพันในอุตสาหกรรมนี้ต้องตกงาน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยด้วยว่า บริษัทจีนส่งออกกระดาษอลูมิเนียมเข้ามาขายในสหรัฐฯ ด้วยราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดแบบครึ่งราคา และพบว่าธุรกิจเหล่านี้ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลจีนราวร้อยละ 17-81 จากมูลค่าสินค้าที่เข้ามาขายในสหรัฐฯ ซึ่งเข้าข่ายการทุ่มตลาด

รัฐบาลจีนถูกคู่ค้าหลายประเทศ ทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป โจมตีเรื่องการทะลักเข้ามาของสินค้าจำพวกอลูมิเนียมและเหล็ก ในประเทศคู่ค้า ซึ่งกระทบต่อการดำเนินธุรกิจภายในของประเทศเหล่านี้ ล่าสุด ทางกระทรวงพาณิชย์ของจีน ตอบโต้รัฐบาลวอชิงตันว่ากำลังคุกคามผู้ส่งออกจีนอย่างหนักหน่วง และรัฐบาลกรุงปักกิ่งพร้อมจะใช้มาตรการตอบโต้เพื่อประโยชน์ของประเทศ

ดัชนีอุตสาหกรรมจีนเติบโตต่ำสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ PMI ของจีนในเดือนกุมภาพันธ์ ร่วงลงมาอยู่ที่ 50.3 จาก 51.3 เมื่อเดือนก่อน นับเป็นการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปีครึ่ง

ปัจจัยสำคัญมาจากการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน การลดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศ รวมทั้งมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาล เพื่อสกัดกั้นกิจกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงของภาคเอกชนจีน

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจจีนยังจับตาท่าทีของรัฐบาลจีน ก่อนการประชุมการประชุมสมัชชาผู้แทนประชาชนจีน หรือ NPC ในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการประกาศเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจแดนมังกร โดยนักเศรษฐศาสตร์จากรอยเตอร์ส คาดว่า รัฐบาลจีนจะตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศเอาไว้ที่ร้อยละ 6.5 ซึ่งเท่ากับเป้าหมายปีที่แล้ว

ออสเตรเลียเรียกคืนรถยนต์กว่า 2 ล้านคัน หลังพบปัญหาถุงลมนิรภัย

รัฐบาลออสเตรเลีย สั่งเรียกคืนรถยนต์กว่า 2 ล้านคันทั่วประเทศ ภายในปี 2563 ทั้งจากโตโยตา ฮอนดา ฟอร์ด และ BMW ที่พบปัญหาถุงลมนิรภัย ซึ่งผลิตโดยบริษัททากาตะ หลังพบผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน เนื่องจากถุงลมนิรภัยระเบิดในออสเตรเลีย

นี่ถือเป็นการเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย หลังเกิดความสูญเสียดังกล่าว ขณะที่ปัญหาเรื่องถุงลมนิรภัยจากบริษัททากาตะนั้น เป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน และบาดเจ็บกว่า 180 คนทั่วโลกแล้ว

XS
SM
MD
LG