ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ศิลปินใช้เทคโนโลยีใส่ชีวิตให้ภาพวาด เล่าประวัติศาสตร์วัน 'จูนทีนธ์'


จิตรกรรมบนฝาผนังที่สามารถเคลื่อนไหวได้หากมองผ่านกล้องสมาร์ทโฟน เป็นหนึ่งในงานที่นักจดหมายเหตุพยายามนำเทคโนโลยี AR มาใช้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์คนดำ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันจูนทีนธ์ (ที่มา: Screengrab from YouTube)
จิตรกรรมบนฝาผนังที่สามารถเคลื่อนไหวได้หากมองผ่านกล้องสมาร์ทโฟน เป็นหนึ่งในงานที่นักจดหมายเหตุพยายามนำเทคโนโลยี AR มาใช้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์คนดำ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันจูนทีนธ์ (ที่มา: Screengrab from YouTube)

ศิลปินคนดำที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้โอกาสในวันเฉลิมฉลองสิ้นสุดการเลิกทาสในสหรัฐฯ ในวันที่ 19 มิถุนายน หรือวัน ‘จูนทีนธ์’ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ด้วยเทคโนโลยีภาพเสมือนจริงให้กับผู้ที่สนใจ

เป็นเวลานับร้อยปีหลังการประกาศเลิกทาสในสหรัฐฯ ชาวแอฟริกันอเมริกันจะร่วมรำลึกถึงวันที่บรรพบุรุษของตนได้รับอิสรภาพในดินแดนแห่งเสรีภาพนี้ด้วยการจัดงานพาเหรด เทศกาลรื่นเริงตามท้องถนน และการแสดงดนตรี รวมทั้งการจัดเลี้ยงอาหารด้วยตนเอง

จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2021 ที่รัฐบาลยุคประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศให้วันที่ 19 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันหยุดใหม่ของรัฐบาลกลาง ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศยอมรับประวัติศาสตร์อันมืดมนหน้านี้ของประเทศอย่างเป็นทางการ

และขณะที่ คนจำนวนมากในสหรัฐฯ ยังไม่ค่อยรู้จักกับวันจูนทีนธ์ (Juneteenth) เท่าใดนัก คนกลุ่มหนึ่งก็ออกมาเรียกร้องให้ชาวอเมริกันหวนรำลึกถึงอดีตของการกดขี่ข่มเหงและการใช้ความรุนแรงต่อคนผิวดำ รวมทั้งพยายามสอนให้ประชาชนในประเทศรับรู้ถึงอดีตอันมืดมนด้านเชื้อชาติผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง งานศิลป์ ด้วย

ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีศิลปินสร้างสรรค์จิตรกรรมฝาผนังไว้มากมาย และผลงานบางชิ้นก็มีความพิเศษมากกว่าชิ้นอื่น ๆ ตรงที่หากลองเพ่งพินิจผ่านกล้องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนก็จะพบว่า ภาพเหล่านั้นสามารถเคลื่อนไหวและพูดได้

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลงานของ เดเมียน แม็คดัฟฟี นักจดหมายเหตุที่เชื่อมต่อโลกของกราฟิกเข้ากับโลกความเป็นจริงด้วยเทคโนโลยีเสริมจริง (Augmented Reality - AR) ผ่านแอปพลิเคชัน Black Terminus AR

แม็คดัฟฟี อธิบายการทำงานของแอปพลิเคชันว่า ตัวเขาเป็นคนวางระบบคำสั่งเพื่อให้ภาพเหล่านั้นตอบสนองกับกล้องของสมาร์ทโฟนด้วยการสร้างกราฟิกเคลื่อนไหวเมื่อมองผ่านกล้อง

นักจดหมายเหตุรายนี้ใช้เทคโนโลยี AR เพื่อให้คนสามารถเข้าถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของคนดำได้มากขึ้น และหวังว่า คนอื่นก็จะเดินหน้าไปในแนวทางเดียวกัน โดยในวันจูนทีนธ์ปีนี้ เขาได้ชวนศิลปินและนักเทคโนโลยีจำนวน 155 คนมาอบรมด้านเทคโนโลยีและการทำงานศิลปะร่วมกันที่เมืองโอ๊คแลนด์

แม็คดัฟฟี บอกกับวีโอเอว่า สิ่งที่เขาทำคือกระบวนการรื้อถอนความดูวิเศษวิโสของ AR เพื่อบอกว่า ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างไม่ยากเย็น ไม่จำเป็นต้องจบวุฒิการศึกษาคอมพิวเตอร์ก็ใช้ได้

เชลเวค ชีลา คือหนึ่งในศิลปินที่เข้าร่วมอบรม และเธอก็ตั้งใจจะใช้เทคโนโลยี AR ไปต่อยอดการเล่าเรื่องของ ‘ฮีโร่ ฮาดิธี’ (Hadithi Heroes) เหล่าวีรบุรุษผู้ปลดแอกเคนยาจากการถูกยึดครอง ผ่านจิตรกรรมฝาผนังและงานกราฟิกแสนสนุกเพื่อเข้าถึงผู้ชมกลุ่มเด็ก ๆ

ชีลา กล่าวว่า “เรากำลังบอกเล่าเรื่องราวของวีรุบุรษเคนยา เพราะทุกคนรู้ว่า ถ้าไปถามเด็ก ๆ ที่บ้าน เด็ก ๆ ก็มักพูดถึง (ฮีโร่) สไปเดอร์แมน ซูเปอร์แมน แต่พวกเขาไม่รู้จักฮีโร่ของพวกเราที่สู้เพื่ออิสรภาพจริง ๆ”

ด้านเทรซี เกรสัน คุณครูมัธยมต้นจากโอ๊คแลนด์ กล่าวว่า เธอตั้งใจนำภาพถ่ายของครอบครัวมาลองประยุกต์กับเทคโนโลยี AR เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลในภาพให้หลาน ๆ ฟัง และจะนำเทคโนโลยีนี้ไปถ่ายทอดให้กับนักเรียนด้วย

ส่วนศิลปินอย่าง เจมส์ ชิลด์ กล่าวว่าจะใช้สิ่งที่ร่ำเรียนในวันจูนทีนธ์นี้ ไปปรับใช้ในการเล่าเรื่องของเกษตรกรคนดำและอื่น ๆ ในพื้นที่ชนบทตอนใต้

เขากล่าวว่า “ผมคิดว่ามันเหมือนกับเราเพิ่งเปิดประตูที่ให้โอกาสเราในการเชิดชูคนของเรา เชิดชูประวัติศาสตร์ของเรา และนำพามันไปให้คนรุ่นต่อไปและต่อไปได้ดูชม”

นอกจากผู้เข้าร่วมการอบรมในวันจูนทีนธ์จะได้เทคโนโลยีและทักษะติดไม้ติดมือไปด้วยแล้ว พวกเขายังยืนยันด้วยว่า ในชิ้นงานที่พวกเขาจะทำ จะมีเรื่องราวและเสียงของชุมชนคนผิวดำอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นด้วย

· ที่มา: วีโอเอ

กระดานความเห็น

XS
SM
MD
LG