ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

‘ทัพเพอร์แวร์’ กำไรพุ่ง หลังคนนิยมทำและเก็บอาหารกินเองในบ้านช่วงโควิด-19


Tupperware, it seems, is enjoying a renaissance 65 years after it first hit the market with Wonder Bowls, Bell Tumblers and Ice-Tup molds for homemade frozen treats. (AP Photo/Garrett Cheen)

ภาชนะใส่อาหาร ‘ทัพเพอร์แวร์’ (Tupperware) เคยรุ่งเรืองในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เพราะอาศัยการรวมตัวกันของคนในสังคม ที่นำอาหารมาแบ่งปันกัน แต่ไม่มีใครนึกมาก่อนว่า ในยุคปัจจุบัน ทัปเปอร์แวร์จะกลับมาขายดิบขายดีอีกครั้งเพราะเหตุผลที่ตรงกันข้าม

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการระบาดของโควิด-19 ได้ทำให้หลายคนต้องการรักษาระยะห่างระหว่างสังคม จึงเลี่ยงการเข้าร้านอาหาร และหันมาเข้าครัวกันเอง จนทำให้มีอาหารเหลือเก็บไปวันต่อ ๆ ไป จึงทำให้หลายคนหันมาใช้ภาชนะเก็บอาหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทัพเพอร์แวร์กลับมาบูมอีกครั้งในรอบห้าสิบปี จากการรายงานของสำนักข่าวเอพี

ก่อนหน้านี้ ความนิยมในการใช้ทัพเพอร์แวร์ได้ลดน้อยลงไปมาก เพราะแต่ละครอบครัวหันไปรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น และทำกับข้าวเองน้อยลง

แต่งหลังจากที่มีการระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ กำไรของบริษัททัพเพอร์แวร์ ที่จดทะเบียนในรัฐฟลอริดา พุ่งสูงขึ้นสี่เท่า เป็นเงิน 34.4 ล้านดอลล่าร์ ตามรายงานของบริษัทในวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ราคาหุ้นของทัพเพอร์แวร์ได้เพิ่มสูงขึ้น 35% ตั้งแต่เดือนเมษายน ส่วนราคาหุ้นที่เคยขายที่ 1 ดอลล่าร์เมื่อเดือนมีนาคม ได้ขึ้นมาเป็นหุ้นละ 28.80 ดอลล่าร์เมื่อวันพุธ

ในยุคโควิด-19 หลายบริษัท เช่น เน็ตฟลิกซ์ แอมะซอน และเพโลตอน ซึ่งขายจักรยานออกกำลังพร้อมแอพและโปรแกรมการออกกำลัง มียอดขายและกำไรที่มากขึ้น แต่ทัพเพอร์แวร์ต่างจากบริษัทเหล่านี้ เพราะผลิตภัณฑ์ของบริษัทคือภาชนะเก็บอาหารที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงแต่อย่างใด เช่นเดียวกับบริษัทขายของเล่นอย่าง แฮสโบร (Hasbro) ที่รายงานว่าแผนกเกม เช่น บอร์ดเกม และเกมเศรษฐี มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น 21%

ในวันพุธที่ผ่านมา ทัพเพอร์แวร์รายงานรายได้ประจำไตรมาสที่สามคิดเป็น 477.2 ล้านดอลล่าร์ มากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ถึง 30% และทำได้ดีกว่าปีก่อน 14%

นายมิเกล เฟอร์นานเดซ ซีอีโอของบริษัท ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในเดือนมีนาคม ก่อนจะเกิดการระบาดของโควิด-19 บอกว่าบริษัทเน้นการขายเชิงรุกผ่านระบบออนไลน์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในช่วงวิกฤติสุขภาพ

XS
SM
MD
LG