ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทำเนียบขาวแถลงปกป้อง 'ทรัมป์' หลังประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ


Trump Border Security

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาว กล่าวปกป้องการตัดสินใจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อดึงงบประมาณด้านการทหารนำมาใช้สร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก

นายสตีเฟ่น มิลเลอร์ ที่ปรึกษาของ ปธน.ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox News Sunday ในวันอาทิตย์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถเลือกที่จะไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินก็ได้ แต่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ต้องการทำเช่นนั้น เพราะทราบดีว่าปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายคือภัยคุกคามประเทศ และว่า อเมริกาจะไม่สามารถเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ได้หากไม่มีความปลอดภัยตามแนวพรมแดน

นายมิลเลอร์ ระบุว่า คำประกาศของ ปธน.ทรัมป์ เป็นไปตามกฎหมายปี ค.ศ. 1976 ที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถประกาศภาวะฉุกเฉินได้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเคยมีการประกาศฉุกเฉินแห่งชาติโดยประธานาธิบดีแล้ว 59 ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผู้นำสหรัฐฯ พยายามหาทางเลี่ยงการอนุมัติงบประมาณของรัฐสภาสหรัฐฯ สำหรับโครงการใดโครงการหนึ่งเหมือนในครั้งนี้

Border Patrol agent Vincent Pirro looks on near a border wall that separates the cities of Tijuana, Mexico, and San Diego, Feb. 5, 2019, in San Diego.
Border Patrol agent Vincent Pirro looks on near a border wall that separates the cities of Tijuana, Mexico, and San Diego, Feb. 5, 2019, in San Diego.

นายมิลเลอร์ยังกล่าวอีกว่า โครงการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนความยาว 320 กม. จะเริ่มขึ้นก่อนเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2020 ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ ปธน.ทรัมป์ จะเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

ทางด้าน รักษาการณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แพทริค แชนาแฮน กล่าวว่า ตนยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อตัดสินใจว่าจะจัดสรรงบประมาณทางทหารก้อนไหนให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อใช้ในการสร้างกำแพงดังกล่าว

นักวิเคราะห์คาดว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งนี้ จะทำให้ ปธน.ทรัมป์ มีงบประมาณพิเศษราว 8,000 ล้านดอลลาร์ ที่สามารถนำไปใช้สำหรับสร้างกำแพงได้

ผู้นำพรรครีพับลิกันยืนยันสนับสนุนการประกาศภาวะฉุกเฉินของทรัมป์ แต่ทางผู้นำพรรคเดโมแครตในรัฐสภาต่างต่อต้านแนวคิดนี้ โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พรมแดนสหรัฐฯ ติดกับเม็กซิโก ยังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติดังที่ ปธน.ทรัมป์ กล่าวอ้าง และเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาตัดสินกรณีนี้

หากการประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งนี้เข้าสู่กระบวนการตัดสินทางกฎหมายจริง อาจทำให้โครงการก่อสร้างกำแพงของ ปธน.ทรัมป์ ต้องล่าช้าออกไปหลายเดือน หรืออาจเป็นปี

ทางด้านผู้นำพรรคเดโมแครตในรัฐสภาสหรัฐฯ คือ ส.ส.แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงส่วนน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ มีแถลงการณ์ตำหนิคำประกาศของ ปธน.ทรัมป์ ว่าเปรียบเสมือนการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เนื่องจากวิกฤติการณ์ฉุกเฉินที่ ปธน.ทรัมป์ อ้างถึงนั้น ไม่มีอยู่จริง

และว่า การดึงงบประมาณด้านการทหารไปใช้สร้างกำแพงที่ไร้ประโยชน์ จะยิ่งทำให้ประเทศอ่อนแอ

XS
SM
MD
LG