ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ยอดติดโควิดในสหรัฐฯ พุ่งเกือบ 3 เท่าใน 2 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลสายพันธุ์เดลตา


สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ในหลายรัฐต้องทำงานอย่างหนัก

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์ ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐฯ เฉลี่ยเจ็ดวันที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับมากกว่าวันละ 37,000 คนเมื่อวันอังคาร เพิ่มขึ้นจากระดับเฉลี่ย 13,700 คนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชี้ว่า การระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาซึ่งพบครั้งแรกที่อินเดีย และการชะลอตัวของอัตราการฉีดวัคซีน คือสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในรัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำกว่า

ที่รัฐลุยเซียนา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5,388 คน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโควิดที่เข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 844 คน เพิ่มขึ้นจากระดับ 600 คนเมื่อกลางเดือนที่แล้ว

เจ้าหน้าที่นครนิวออร์ลีนส์ ประกาศแนะนำให้ประชาชนกลับมาสวมหน้ากากขณะอยู่ในตัวอาคารอีกครั้ง แต่ไม่ได้ใช้การบังคับ โดยนายกเทศมนตรี ลาโทยา เซนเทรลล์ กล่าวว่า ให้ประชาชนในเมืองนี้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

ที่รัฐยูทาห์ มีรายงานผู้ป่วยโควิดเข้าโรงพยาบาล 295 คน ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และมีผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 622 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยข้อมูลชี้ด้วยว่า ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่คือผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ที่นครนิวยอร์ก นายกเทศมนตรี บิล เดอ บลาซิโอ กล่าวว่า ทางการได้ออกข้อบังคับให้ผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลและคลินิกต่าง ๆ ของรัฐบาลนิวยอร์ก ต้องสวมหน้ากากขณะปฏิบัติงาน หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราว 70% เป็นการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กยังเร่งเร้าให้ประชาชนออกมาฉีดวัคซีนกันมากขึ้น หลังจากที่อัตราการฉีดวัคซีนลดลงจากระดับมากกว่า 100,000 คนต่อวันเมื่อต้นเดือนเมษายน เหลือไม่ถึง 18,000 คนต่อวันในปัจจุบัน โดยขณะนี้มีประชากรวัยผู้ใหญ่ในนครนิวยอร์กที่ได้รับวัคซีนแล้วราว 65%

(ที่มา: สำนักข่าวเอพี)

XS
SM
MD
LG