ลิ้งค์เชื่อมต่อ

‘วิกฤตการเมืองคู่ขนาน’ อังกฤษและอเมริกา จากปัจจัย ‘การเมืองประชานิยม’


British Prime Minister Theresa May walks with President Donald Trump prior to a joint press conference at Chequers, in Buckinghamshire, England, July 13, 2018.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:46 0:00

ขณะนี้ที่ทำการรัฐหลายแห่งในอเมริกาไม่สามารถเปิดทำการได้ เพราะไม่มีเงินงบประมาณมาสนับสนุน จากเหตุทางตันทางการเมืองที่พรรคเดโมเเครตและรีพับลิกันขัดแย้งกันเรื่องการสร้างกำแพงกั้นสหรัฐฯ และเม็กซิโก

สัญญาณล่าสุดระหว่างผู้นำเดโมเเครต ส.ส. แนนซี พีโลซี ประธานสภาสภาผู้แทนราษฎร และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกันกลับชี้ให้เห็นถึงความขัดเเย้งต่อเนื่อง

ทางตันทางการเมืองในสหรัฐฯ นี้ เกิดขึ้นพร้อมๆ กับวิกฤตการเมืองในอังกฤษ จากการที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติล้มแผนนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit อย่างท่วมท้นในสัปดาห์นี้

นักวิเคราะห์การเมือง คลอส ลาร์เรส (Klaus Larres) ให้สัมภาษณ์วีโอเอผ่าน Skype ว่าวิกฤตการเมืองของอังกฤษและอเมริกาเกิดขึ้นภายใต้ปัจจัยที่คล้ายกัน นั่นก็คือ "โครงการประชานิยม"

เขาบอกว่า อังกฤษจัดการลงประชามติเรื่องการออกจากสหภาพยุโรปเมื่อกลางปี ค.ศ. 2016 และปลายปีเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากการหาเสียงด้วยนโยบายสร้างกำแพงเพื่อจัดการกับปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายจากเม็กซิโก

นักวิเคราะห์ผู้นี้กล่าวด้วยว่า ทรัมป์ และ นายไนเจิล ฟาราจ (Nigel Farage) นักการเมืองแกนนำการรณรงค์ให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ต่างสนับสนุนกันและกันอย่างเปิดเผย

เขากล่าวว่า ทั้งคู่นำเสนอนโยบายที่ว่าด้วย “ความกลัวการถดถอยของเศรษฐกิจ กลัวคนต่างชาติ กลัวผู้อพยพ และกลัวความสูญเสียอัตลักษณ์ของคนในชาติ”

คลอส ลาร์เรส กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีปูติน อาจไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากวิกฤตที่รุมเร้าทั้งอังกฤษและสหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของโลกตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ความสั่นคลอนที่เกิดขึ้นอาจบั่นบอนอำนาจและการทำงานอย่างเป็นเนื้อเดียวกันของชาติตะวันตก และนั่นไม่ใช่ข่าวดีของประเทศที่เป็นเพื่อนกับอังกฤษและอเมริกา

นักวิเคราะห์ผู้นี้คาดการณ์ว่า หน่วยงานรัฐในอเมริกาอาจกลับมาเปิดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสถานการณ์เริ่มมีผลลามไปกระทบกับเศรษฐกิจ

และสำหรับอังกฤษ คลอส ลาร์เรส ประเมินว่า อาจต้องมีการจัดทำประชามติว่าคนอังกฤษต้องการออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่อีกครั้ง เเต่ในครั้งนี้ คนคงจะทราบถึงผลกระทบของ Brexit มากขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของ Zlatica Hoke)

XS
SM
MD
LG