ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐฯ เผยความกังวล! เมื่อพันธมิตรในอาเซียนจับมือ 'หัวเหว่ย' ติดตั้งเครือข่าย 5G


FILE - A receptionist stands at the front counter of the Huawei's Cyber Security Lab at the Huawei factory in Dongguan, China's Guangdong province, March 6, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:19 0:00

รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มตระหนักว่าหลายประเทศกำลังเพิกเฉยต่อคำเตือนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่มาพร้อมกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ 5G ของบริษัทหัวเหว่ย (Huawei)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศต่างแข่งกันจับมือกับหัวเหว่ยเพื่อติดตั้งเครือข่าย 5G ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ประเทศไทยได้เริ่มทดสอบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ 5G ของบริษัทหัวเหว่ยที่จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ของทางการไทยระบุว่าสาเหตุที่เลือกหัวเหว่ยเพราะมีราคาถูกกว่าบริษัทอื่น แม้มีคำเตือนจากสหรัฐฯ เรื่องความเสี่ยงจากการถูกสอดแนม

ส่วนที่ฟิลิปปินส์ บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ Globe Telecom ก็กำลังเปิดตัวเครือข่าย 5G โดยมีความร่วมมือกับหัวเหว่ย

เช่นเดียวกับบริษัท Maxis ของมาเลเซีย ที่เพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจกับหัวเหว่ย เพื่อร่วมพัฒนาเครือข่าย 5G ในมาเลเซียเช่นกัน

FILE - Visitors look at a display for 5G wireless technology from Chinese technology firm Huawei at the PT Expo in Beijing, China, Sept. 26, 2018.
FILE - Visitors look at a display for 5G wireless technology from Chinese technology firm Huawei at the PT Expo in Beijing, China, Sept. 26, 2018.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อดีตเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐฯ 6 คน ร่วมกับออกแถลงการณ์เตือนถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่มาพร้อมกับเครือข่าย 5G ของบริษัทจีน ที่มีต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยระบุว่า "มีความกังวลว่าในอนาคต สหรัฐฯ จะไม่สามารถใช้เครือข่ายที่พึ่งพาเทคโนโลยีของจีนเพื่อกิจการด้านการทหารในดินแดนหรือประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงในยุโรป และเอเชีย"

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากการประชุมขององค์การนาโต้ในกรุงวอชิงตัน เตือนว่าในอนาคต บางประเทศในยุโรปที่ยังยืนกรานทำธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีจากจีน อาจถูกตัดขาดจากเครือข่ายข่าวกรองของสหรัฐฯ หากการวิเคราะห์ความเสี่ยงพบว่ามีอันตรายมากเกินไปที่จะแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองนั้น

แพทริก เมอร์ฟีย์ รองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียและแปซิฟิก กล่าวว่า สหรัฐฯ ต้องการแบ่งปันข้อมูลความเสี่ยงจากเทคโนโลยีของหัวเหว่ย ให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ได้รับทราบ จากประสบการณ์ของสหรัฐฯ เอง

ด้านคุณดีน เช็ง นักวิชาการอาวุโสแห่งสถาบัน Heritage Foundation ในกรุงวอชิงตัน ชี้ว่า หัวเหว่ยคือหนึ่งในบริษัทเอกชนของจีนที่พร้อมทำตามคำสั่งของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคมก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ ทั้งในด้านการทหาร การเงิน และเศรษฐกิจ

FILE - The logos of Huawei are displayed at it retail shop window reflecting the Ministry of Foreign Affairs office in Beijing, Jan. 29, 2019.
FILE - The logos of Huawei are displayed at it retail shop window reflecting the Ministry of Foreign Affairs office in Beijing, Jan. 29, 2019.

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนคำเตือนของรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ได้ผลมากนักในการจูงใจประเทศพันธมิตร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมา สหรัฐฯ เองที่มักเป็นฝ่ายถูกวิจารณ์เรื่องการสอดแนมประเทศอื่น

คุณริชาร์ด เครเมอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยี Arete ชี้ว่า ช่วงหลายปีมานี้ มีการเปิดเผยหลายครั้งว่ารัฐบาลอเมริกันได้ร่วมมือกับบริษัทโทรคมนาคมเพื่อลอบเก็บข้อมูลลับต่างๆ

ดังนั้นจุดยืนของสหรัฐฯ ในกรณีหัวเหว่ยจึงดู "ย้อนแย้ง" เพราะในขณะที่สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้จีนสอดแนมตนเองและประเทศประเทศพันธมิตร แต่สหรัฐฯ กลับเป็นฝ่ายที่ต้องการสอดแนมจีนเสียเอง

XS
SM
MD
LG