ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ผลวิจัยระบุ "ทรัมป์" เเข็งเเรงเป็นอันดับที่ 26 จากประธานาธิบดีสหรัฐฯ 44 คน


ผู้เชี่ยวชาญระบุ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แก่เร็วกว่าปกติสองเท่าตัวในขณะดำรงตำแหน่ง เพราะเป็นงานที่หนักมาก

please wait

No media source currently available

0:00 0:04:22 0:00

ผลการประเมินระดับความเเข็งเเรงทางสุขภาพของผู้นำสหรัฐฯ ทั้ง 44 คน จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยจัดอันดับให้ประธานาธิบดี รูเธอร์ฟอร์ด บี. เฺฮย์ส (Rutherford B. Hayes) ที่ปกครองประเทศระหว่างปี ค.ศ. 1877-1881 เป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่มีสุขภาพดีที่สุด เพราะรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีน้ำหนักตัวปกติ ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา

รายงานนี้จัดให้ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า เป็นผู้นำสหรัฐฯที่มีสุขภาพเเข็งเเรงที่สุดเป็นอันดับสอง สาเหตุที่คะเเนนของประธานาธิบดี โอบาม่า ต่ำกว่าของประธานาธิบดีเฮย์ส เนื่องมาจากเขาสูบบุหรี่เเละมีนิสัยการนอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ประธานาธิบดีโอบาม่า เเละประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำเพียงสองคนเท่านั้นที่ไม่เสียคะเเนนเเม้เเต่เเต้มเดียวในประเด็นเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ เเต่ประธานาธิบดีทรัมป์กลับได้รับเกรด “ซี” เท่านั้น ในขณะที่ประธานาธิบดี โอบาม่า ได้รับเกรด “เอ” เมื่อมาถึงสุขภาพโดยรวม

ศาสตราจารย์ สเตอซี่ คอร์เดอร์รี่ (Stacy Cordery) ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาตร์เเห่งมหาวิทยาลัยรัฐไอโอวา กล่าวกับวีโอเอว่า อดีต ปธน.โอบาม่า มีอายุอ่อนกว่า ปธน.ทรัมป์ มากตอนเข้ารับตำเเหน่ง และเเม้ว่าโอบาม่าจะสูบบุหรี่นานหลายปี ในขณะที่ทรัมป์ไม่สูบบุหรี่ แต่โอบาม่าก็ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

และในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ดื่มสุรา แต่เขากลับนิยมรับประทานอาหารฟาสฟู้ดเป็นอย่างยิ่ง

ศาสตราจารย์คอร์เดอร์รี่ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มีน้ำหนักตัวเกิน เเละน่าจะมีความเครียดจากการทำงานสูง เนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทำเนียบขาว

มีอดีตผู้นำสหรัฐฯ เพียงสองคนเท่านั้นที่ระดับสุขภาพได้เกรด “เอฟ” นั่นก็คือ ประธานาธิบดี วิลเลี่ยม แทฟท์ (William Taft) กับ ประธานาธิบดี โกรฟเว่อร์ คลีฟแลนด์ (Grover Cleveland)

โดยประธานาธิบดีแทฟท์ มีน้ำหนักตัวที่ 155 กิโลกรัม ส่วน ประธานาธิบดีคลีฟแลนด์ ถูกจัดให้มีสุขภาพแย่รั้งท้ายสุดเพราะมีนิสัยการกินที่ไม่ดี ไม่ออกกำลังกายเลย ตลอดจนทั้งสูบบุหรี่เเละดื่มสุรา โดยประธานาธิบดีคลีฟแลนด์ ถือว่ามีน้ำหนักตัวมากที่สุดเป็นอันดับสอง เเละเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนเดียวที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน.สองหน แบบไม่ติดต่อกัน เเละยังปกปิดเรื่องการผ่าตัดมะเร็งในช่องปากที่มีขึ้นในช่วงต้นของการดำรงตำเเหน่งหนที่สองอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แพทย์ตั้งคำถามว่า ไม่ยุติธรรมที่เปรียบเทียบสุขภาพของประธานาธิบดีในยุคก่อนกับประธานาธิบดีในรุ่นหลังๆ เมื่อมองดูความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน เทียบกับอดีตตอนก่อตั้งประเทศใหม่ๆ โดยเฉพาะในกรุงวอชิงตัน ที่มีปัญหาการระบาดของมาเลเรียในตอนนั้น

ประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน ผู้นำคนเเรกของสหรัฐฯ ล้มป่วยด้วยโรคหลายโรค รวมทั้งมาเลเรีย ฝีดาษ วัณโรค โรคบิด โรคฝี โรคฟัน คออักเสบ เเละอาการซึมเศร้าระหว่างการเจ็บป่วย

ศาสตราจารย์ สเตซี่ คอร์เดอร์รี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เเห่งมหาวิทยาลัยรัฐไอโอวา กล่าวว่า การจัดอันดับระดับความเเข็งเเรงทางสุขภาพนี้ ทีมนักวิจัยได้จัดอันดับโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่ชี้ถึงระดับความเเข็งเเรงของร่างกาย อาทิ อาหารที่รับประทาน นิสัยการออกกำลังกายและการนอนหลับ

ในขณะที่หลายคนไม่มั่นใจว่าการจัดอันดับนี้ถูกต้องทั้งหมด แต่ทั้งนักประวัติศาสตร์และแพทย์หลายคนต่างเห็นพ้องกันว่า การดำรงตำแหน่งผู้นำของสหรัฐฯ ไม่ดีต่อสุขภาพ

โรเบิร์ต วัตสัน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยลินน์ กล่าวว่ามักพูดกันอยู่เสมอว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แก่เร็วกว่าปกติสองเท่าตัวในขณะดำรงตำแหน่ง เพราะเป็นงานที่หนักมาก

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG