ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐฯ อนุมัติใช้แอนติบอดีรักษาโควิด ขณะที่ผู้ติดเชื้อเกินหลัก 12 ล้านคน


เมื่อวันเสาร์ สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA อนุมัติให้สามารถใช้วิธีรักษาโควิด-19 แบบใช้สารภูมิต้านทาน หรือ แอนติบอดี ได้ในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นวิธีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ​ทรัมป์ ระบุว่าช่วยให้ตนหายป่วยจากโควิด-19 เมื่อเดือนที่แล้ว

วิธีรักษาแบบใช้สารภูมิต้านทานของบริษัท Regeneron Pharmaceuticals Inc. ดังกล่าว เป็นการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 วัยผู้ใหญ่ที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง รวมทั้งผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีที่มีอาการทางสุขภาพเรื้อรัง และเด็กที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจมีอาการรุนแรง

โดยทางบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีวิธีรักษาดังกล่าวสำหรับผู้ป่วยราว 200,000 คนภายในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมปีหน้า

การที่ FDA อนุมัติให้ใช้วิธีรักษาโควิด-19 แบบแอนติบอดีนี้ มีขึ้นในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในสหรัฐฯ ผ่านหลัก 12 ล้านคนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 255,000 คน ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์

และเมื่อวันศุกร์ บริษัทยาไฟเซอร์ (Pfizer) และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสัญชาติเยอรมัน ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) ที่ร่วมกันพัฒนาวัคซีนต้านโคโรนาไวรัส ระบุว่า ทางบริษัทได้ยื่นเรื่องขออนุญาตใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉินต่อ FDA แล้ว โดยตั้งเป้าเริ่มแจกจ่ายไม่กี่วัคซีนภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังได้รับอนุญาต

การยื่นขออนุญาตใช้วัคซีนครั้งนี้มีขึ้นหลังไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคเผยว่า วัคซีนที่พัฒนาอยู่ได้ผลถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง

ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทคระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า ทั้งสองบริษัทกำลังทำเรื่องขออนุญาตแจกจ่ายวัคซีนในออสเตรเลีย แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่น และอังกฤษเช่นกัน และวางแผนยื่นเรื่องขออนุญาตจากองค์กรกำกับดูแลทั่วโลกโดยทันที

เจสเซ กู้ดแมน อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ FDA อธิบายว่า FDA กำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่จะอนุญาตให้ใช้ได้เป็นการฉุกเฉินว่า เพียงแค่ “อาจมีประสิทธิภาพ” ก็อาจได้รับการอนุญาตแล้ว โดย FDA จะประเมินจากข้อมูลที่มีว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงหรือไม่

XS
SM
MD
LG