ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

อย.สหรัฐฯ อนุมัติให้เรมเดสซิเวียร์เป็นยาตัวแรกที่ใช้รักษาโควิด-19


GILEAD

สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA อนุมัติการใช้งานเรมเดสซิเวียร์ ในฐานะยารักษาอาการป่วยโควิด-19 ตัวแรกอย่างเป็นทางการแล้ว

เรมเดสซิเวียร์ ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่แพทย์ใช้รักษาผู้ป่วยผ่านการให้สารอาหารทางเส้นเลือด หรือ IV เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท กิลเลียด (Gilead Sciences Inc.) ซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีชื่อทางการตลาดว่า Veklury เป็นยาที่ช่วยให้ผู้ป่วยโควิด-19 ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากปกติที่ใช้เวลา 15 วัน ให้เหลือราว 10 วันโดยเฉลี่ย ตามข้อมูลการศึกษาของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ FDA อนุญาตให้แพทย์ใช้ยาตัวนี้เพื่อรักษาผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน ตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลมา ก่อนจะได้รับอนุมัติเต็มรูปแบบในวันพฤหัสบดีตามเวลาในสหรัฐฯ โดยยาดังกล่าวเป็นหนึ่งในยาที่แพทย์ใช้ในการรักษาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังติดเชื้อโควิด-19 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

Virus Outbreak Hungary
Virus Outbreak Hungary

ทั้งนี้ FDA อนุมัติให้ใช้เรมเดสซิเวียร์กับผู้ป่วยที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวอย่างน้อย 40 กิโลกรัม และเข้ารับการรักษาตัวจากอาการป่วยโควิด-19 แต่สำหรับในกรณีที่เป็นผู้ป่วยที่อายุไม่ถึง 12 ปีนั้น ทาง FDA จะอนุมัติให้มีการใช้หากเป็นเรื่องฉุกเฉินเท่านั้น

ในส่วนของข้อมูลการรักษานั้น ยาตัวนี้จะเข้าไปทำการยับยั้งสารที่ไวรัสใช้ในการลอกเลียนแบบตัวเพื่อแพร่กระจายในร่างกาย แต่ก่อนที่ผู้ป่วยจะรับยาตัวนี้ได้ แพทย์จะต้องทำการทดสอบไตและตับเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งาน ขณะที่ฉลากตัวยาระบุว่า ห้ามใช้ร่วมกับไฮดรอกซี่คลอโรควีน ซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรีย เนื่องจากจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้

นายแพทย์ เมอร์ดัด พาร์ซีย์ หัวหน้าทีมแพทย์ของ กิลเลียด ระบุในแถลงการณ์ว่า ในเวลานี้ เรมเดสซิเวียร์ ได้รับการอนุมัติหรือการอนุญาตชั่วคราวเพื่อใช้รักษาแล้วในราว 50 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องราคาของเรมเดสซิเวียร์ยังคงเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันอยู่ เพราะยังไม่มีการศึกษาที่พิสูจน์ได้ว่า ยาตัวนี้สามารถช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ขณะที่การศึกษาโดยองค์การอนามัยโลก ซึ่งออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พบว่า ยาตัวดังกล่าวไม่ได้ช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากสักเท่าใด

ปัจจุบัน กิลเลียด คิดค่ายาสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับการคุ้มครองโดยการประกันสุขภาพของรัฐในสหรัฐฯ และประเทศพัฒนาอื่นๆ ที่ 2,340 ดอลลาร์ และคิดราคา 3,120 ดอลลาร์ ในกรณีที่ผู้ป่วยใช้ประกันสุขภาพของบริษัทเอกชน

XS
SM
MD
LG