ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

หวั่น 'สงครามการค้า'!! หลังประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน


President Donald Trump signs a presidential memorandum imposing tariffs and investment restrictions on China in the Diplomatic Reception Room of the White House, March 22, 2018, in Washington.

ในวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มใช้มาตรการกีดกันทางเศรษฐกิจชุดใหม่ต่อจีน ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

ปธน.ทรัมป์ ระบุว่ามาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจชุดใหม่มีขึ้นเพื่อตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเรื่องจีนขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทอเมริกันที่ลงทุนในจีน โดยรัฐบาลสหรัฐฯ จะจำกัดการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ เหมือนกับที่จีนจำกัดการลงทุนของบริษัทอเมริกันในจีนด้วย โดยมีเป้าหมายลดยอดขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ มีต่อจีน

ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ มักตำหนิวิจารณ์ถึงยอดขาดดุลการค้ามหาศาลที่สหรัฐฯ มีต่อจีน คิดเป็นมูลค่าราว 375,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยคาดว่าอัตราภาษีใหม่นี้จะช่วยลดยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ กับจีน ลงได้ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าจีนจะตอบโต้มาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ครั้งนี้ และอาจนำไปสู่สงครามการค้าระหว่างประเทศได้

U.S. President Donald Trump holds a signed memorandum on intellectual property tariffs on high-tech goods from China, at the White House in Washington, March 22, 2018.
U.S. President Donald Trump holds a signed memorandum on intellectual property tariffs on high-tech goods from China, at the White House in Washington, March 22, 2018.

ขณะที่บรรดาห้างขายปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Walmart รวมทั้งบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ อย่าง Apple ต่างเกรงว่าการขึ้นภาษีนี้จะทำให้ราคาสินค้าในอเมริกาสูงขึ้น เพราะส่วนใหญ่ต่างผลิตในจีน และอาจไม่ได้ช่วยลดยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุในวันพฤหัสบดีว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะยกเว้นสหภาพยุโรป และประเทศคู่ค้าอื่นๆ จากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าประเภทเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม ที่ลงนามไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

นายโรเบิร์ต ไลท์ธิเซอร์ (Robert Lighthizer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า มีหลายประเทศที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐฯ ที่อาจได้รับการยกเว้นจากการขึ้นภาษีครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง แคนาดา เม็กซิโก ออสเตรเลีย อาร์เจนติน่า เกาหลีใต้ และหลายประเทศในยุโรปด้วย

XS
SM
MD
LG