ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

บทวิเคราะห์: แผนขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ อาจดีต่อจีน


FILE - The American flag is flown next to the Chinese national emblem during a welcome ceremony for visiting U.S. President Donald Trump outside the Great Hall of the People in Beijing, Nov. 9, 2017.

หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามให้สหรัฐฯ สามารถจะเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม นักวิเคราะห์ประเมินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นซึ่งดูเหมือนจะเป็นผลร้ายต่อจีน อาจเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลปักกิ่ง

นักวิเคราะห์อธิบายว่า การประกาศมาตรการเก็บภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ สั่นคลอนแผนรวมตัวกันของประเทศตะวันตกที่เคยเตรียมไว้ในการเผชิญหน้าทางการค้ากับจีน และเปรียบเหมือนแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้มาตรการเหล่านั้นต้องชะลอออกไป

เจค็อบ เคิร์คการ์ด (Jacob Kirkegaard) นักวิเคราะห์จากสถาบัน Peterson Institute of International Economics บอกกับวีโอเอว่า จีนจะได้ประโยชน์อย่างชัดเจน

เขาบอกว่า เดิมทีมีความเป็นไปได้ที่ประเทศในยุโรปจะร่วมกันตอบโต้จีนเรื่องการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องที่จีนบังคับให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีจากบริษัทตะวันตกมาสู่จีน

แต่เมื่อสหรัฐฯ ใช้มาตรการเชิงรุกเรื่องการเก็บภาษี ซึ่งอาจกระทบยุโรป ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจนี้จึงต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ และอาจลดทอนการมาตรการตอบโต้จีนที่เคยคิดไว้

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ประกาศขึ้นภาษีสินค้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ให้คำมั่นร่วมกันว่าจะยกระดับความร่วมมือไตรภาคี ผ่านองค์การการค้าโลก หรือ WTO และหน่วยงานอื่นๆ ในการต่อสู้กับจีนเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรม

อาจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์ คริสโตเฟอร์ บัลดิ้ง (Christopher Balding) แห่ง HSBC Business School ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดปัญหาหนึ่งของมาตรการต่างๆ ของทรัมป์ที่ผ่านมา คือ มาตรการเหล่านี้สร้างความเหินห่างต่อประเทศที่อันที่จริงแล้วมีผลประโยชน์แห่งชาติตรงกับสหรัฐฯ ในการร่วมกันต้านอำนาจและแนวทางการค้าของจีน

นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าต่อประเทศที่ควรจะเป็นมิตรกับสหรัฐฯ มิตรเหล่านี้อาจไม่อยากที่จะช่วยเหลืออเมริกาในการทัดทานจีนเรื่องการค้า

นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงบรรยากาศการเมืองในยุโรป นักวิเคราะห์ เจค็อบ เคิร์คการ์ด กล่าวว่า ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในยุโรป พร้อมที่จะเห็นด้วยกับนักการเมืองที่ตอบโต้แผนเก็บภาษีนำเข้าของอเมริกา

คณะกรรมการสหภาพยุโรปเคยระบุว่า ได้จัดทำรายชื่อสินค้าส่งออกหลายชนิดของสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าราว 3,460 ล้านดอลลาร์ ที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 25% ซึ่งรวมทั้ง จักรยานยนต์ Harley–Davidson และกางเกงยีนส์ Levi's

เสื้อผ้า น้ำส้ม และเครื่องสำอาง คือส่วนหนึ่งของสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่ม ตามมาตรการที่สหภาพยุโรประบุว่า เป็นการตอบโต้ต่อมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ

คำถามที่ตามมาคือ เป็นไปได้หรือไม่ที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้มาตรการขึ้นภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียม เฉพาะแต่กับจีน

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกพิจารณามากขึ้น หลังจากที่เมื่อวานนี้ผู้นำสหรัฐฯ แต่งตั้งนายแลร์รี่ คัดโลว์ ซึ่งสนับสนุนการเก็บภาษีต่อบางประเทศอย่างเฉพาะเจาะจง มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของทำเนียบขาวคนใหม่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่าอาจสายเกินไปที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะกลับมาเล่นบทผู้ผนึกความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ในการต้านทานจีน

อาจารย์ คริสโตเฟอร์ บัลดิ้ง จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง บอกว่า สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทำได้ดี คือการเผชิญหน้า ขณะที่เขาไม่ค่อยถนัดการสร้างสมานฉันท์ และดูแลรักษามิตรภาพในหมู่พันธมิตร

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของ Saibal Dasgupta)

XS
SM
MD
LG