ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐฯ จับผู้ต้องหาคดีวางระเบิดเครื่องบินโดยสารในสก็อตแลนด์ 34 ปีก่อน


FILE - In this Dec. 23, 1988 photo, Scottish rescue workers and crash investigators search the area around the cockpit of Pan Am flight 103 in a farmer's field east of Lockerbie Scotland after a mid-air bombing killed all 259 passengers and crew,

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ ได้จับกุมผู้ต้องหาชาวลิเบียซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ผลิตระเบิดที่ใช้โจมตีเครื่องบินโดยสารของสหรัฐฯ ที่เมืองลอคเคอร์บี สก็อตแลนด์ เมื่อ 34 ปีก่อน และได้ส่งตัวผู้ต้องหาผู้นี้มาดำเนินคดีในสหรัฐฯ แล้ว

การจับกุม อาบู อเกลา มาซูด คีแอร์ อัล-มาริมี มีขึ้นหลังความสำเร็จของกระบวนการทางกฎหมายโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่กินเวลานานหลายสิบปี โดยเมื่อสองปีก่อน วิลเลียม บาร์ รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ในสมัยนั้น ได้สั่งฟ้องร้องดำเนินคดีกับมาซูด ในข้อกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้ทำระเบิดที่ใช้ทำลายเครื่องบินโดยสาร แพนแอม (Pan Am) เที่ยวบิน 103 ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิต 259 คน รวมถึงชาวอเมริกัน 190 คน

เหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 1988 เหนือเมืองลอคเคอร์บีในสก็อตแลนด์ ขณะที่เครื่องบินเดินทางออกจากกรุงลอนดอนมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์ก

มาซูด เผชิญสองข้อหาทางอาญา รวมทั้งข้อหาทำลายอากาศยานเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยในตอนที่ประกาศตั้งข้อหาต่อเขาเมื่อสองปีที่แล้วนั้น มาซูดถูกคุมขังอยู่ในลิเบียด้วยคดีอื่น แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลอเมริกันเจรจาต่อรองเรื่องการส่งตัวเขามาดำเนินคดีในสหรัฐฯ อย่างไร

จนถึงขณะนี้ มีผู้กระทำผิดเพียงผู้เดียวที่ถูกจำคุกจากเหตุการณ์นี้ คือ อับเดลมาเซต อัล-มากราฮี ซึ่งถูกตัดสินเมื่อปี 2001 ว่ามีความผิดในข้อหาวางระเบิดเที่ยวบินดังกล่าว เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและเสียชีวิตเมื่อปี 2012 จากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

อัยการระบุว่า มาซูดเป็นผู้ส่งกระเป๋าเดินทางบรรจุระเบิดให้แก่ผู้วางระเบิดเครื่องบินที่มอลตา และอัล-เมกราฮี เป็นผู้บอกให้เขาตั้งเวลาระเบิดไว้ให้เกิดการระเบิดขึ้นขณะที่เครื่องบินกำลังอยู่บนท้องฟ้าในวันต่อมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า มาซูดจะถูกนำตัวมาพิจารณาคดีในศาลกรุงวอชิงตัน

  • ข้อมูลบางส่วนจากเอพีและรอยเตอร์

XS
SM
MD
LG