ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยูเอ็น ชี้ ภาวะเงินเฟ้อพุ่งจากสงครามยูเครนดันตัวเลขคนยากจนเพิ่มอีก 71 ล้านคน


Three-wheelers queue to buy petrol due to fuel shortage, amid the country's economic crisis, in Colombo, Sri Lanka, July 5 2022.

ผลการศึกษาล่าสุดโดยองค์การสหประชาชาติที่ได้รับการเผยแพร่ออกมาในวันพฤหัสบดี ชี้ว่า ช่วง 3 เดือนแรกของสงครามในยูเครน คือ ปัจจัยที่ดันต้นทุนพลังงานและอาหารโลกพุ่งขึ้นอย่างมาก จนทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และส่งผลให้คนจำนวน 71 ล้านคนต้องตกอยู่ในภาวะยากจน

อาคิม สไตเนอร์ ผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวระหว่างการแถลงข่าวออนไลน์จากนครเจนีวา ว่า ผลการวิเคราะห์สถานการณ์ในประเทศกำลังพัฒนาจำนวน 159 ประเทศ ชี้ให้เห็นว่า การปรับขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักต่าง ๆ เริ่มมี “ผลกระทบร้ายแรงและฉับพลันต่อครัวเรือนที่มีฐานะยากจนที่สุดในโลกแล้ว”

การศึกษานี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่า แรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจจากการที่รัสเซียส่งกองทัพรุกรานยูเครนนั้นเกิดขึ้น หลังมีการดำเนินมาตรการล็อกดาวน์เพราะการระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นเวลา 18 เดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลสะสมอย่างช้า ๆ แต่รุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

สไตเนอร์ กล่าวว่า ภาวะระบาดใหญ่ของโควิดนั้นทำให้ผู้คนราว 125 ล้านคนตกอยู่ในภาวะยากจนไปก่อนหน้าแล้วด้วย

และในงานแถลงข่าวเดียวกันนี้ จอร์จ เกรย์ โมลินา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ UNDP กล่าวว่า สถานการณ์ทั้งสองนี้ทำให้หลายประเทศต้องเผชิญกับช่วงเวลา 36 เดือน ของ “แรงช็อก หลังเกิดแรงช็อก หลังเกิดแรงช็อก” และว่า ผลกระทบจากสงครามในยูเครนนั้นเกิดขึ้น “อย่างรวดเร็วรุนแรง” และส่งผลต่ออุปทานพลังงานและอาหารโลก รวมทั้ง ทำให้อัตราเงินเฟ้อทะยานสูงด้วย

อาคิม สไตเนอร์ กล่าวเสริมว่า การที่รัฐบาลหลายแห่งประสบความล้มเหลวในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดนั้น นำมาซึ่งความเสี่ยงของการเกิดความไม่สงบไปทั่ว เพราะความอดทนและความสามารถของผู้คนในการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มหมดไป

ผู้บริหารสูงสุดของ UNDP ยังได้ยกตัวอย่างกรณีของศรีลังกา ที่รัฐบาลกำลังเผชิญภาวะยุ่งเหยิงหนัก และทั้งประเทศกำลังประสบภาวะขาดแคลนพลังงานและอาหาร รวมทั้งการผิดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย

  • ข้อมูลบางส่วนมาจาก เอพีและรอยเตอร์
XS
SM
MD
LG