ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สหรัฐฯ ยืนยันเริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์เดือนหน้า


รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันในวันพุธว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด-19 หรือบูสเตอร์ช็อต ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนนี้เป็นต้นไป สืบเนื่องจากความกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตาและจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันที่เพิ่มขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขและบริการประชาชนของสหรัฐฯ ระบุว่า กำลังเตรียมฉีดวัคซีนเข็มที่สามให้กับคนอเมริกันที่ได้รับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech ) และโมเดอร์นา (Moderna) ครบสองเข็มตั้งแต่ 8 เดือนที่แล้วเป็นอย่างน้อย

สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งฉีดเพียงเข็มเดียวนั้น เจ้าหน้าที่บอกว่าจำเป็นต้องได้รับวัคซีนบูสเตอร์ช็อตเช่นกัน แต่เป็นหลังจากนี้ โดยสหรัฐฯ เริ่มฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ให้แก่ประชาชนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า จะเริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่อาศัยในสถานดูแลคนชรา ซึ่งเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่อปลายปีที่แล้วถึงต้นปีนี้

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนโควิดจะเริ่มลดลงหลังจาก 6 เดือน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว โดยบรรดาผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขต่างเชื่อว่า วัคซีนบูสเตอร์ช็อตเป็นสิ่งจำเป็นในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตา

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ บางประเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนบูสเตอร์ช็อตให้กับผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาที่ระบบภูมิคุ้มกัน เช่น อิสราเอล ฝรั่งเศส และเยอรมนี โดยผลการทดลองในอิสราเอลพบว่า วัคซีนเข็มที่สามของบริษัทไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค มีประสิทธิผล 86% สำหรับผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี

สำหรับในอเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า มีชาวอเมริกันอายุมากกว่า 18 ปีราว 72% ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส และเกือบ 62% ได้รับวัคซีนครบแล้ว

XS
SM
MD
LG