ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ทีมนักเตะสหรัฐฯ ถอดสัญลักษณ์บนธงชาติอิหร่านในบัญชีโซเชียล


WCup Iran US Emblem Gone

สมาพันธ์ฟุตบอลสหรัฐฯ (United States Soccer Federation – USSF) โพสต์ภาพธงชาติอิหร่านในสื่อสังคมออนไลน์ที่ปราศจากสัญลักษณ์ของสาธารณรัฐอิสลามในช่วงเวลาสั้น ๆ เมื่อวันเสาร์ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้ประท้วงในอิหร่าน ก่อนศึกฟาดแข้งระหว่างทีมชาติสหรัฐฯ และอิหร่าน ในฟุตบอลโลกวันอังคาร

WCup Iran US Emblem Gone
WCup Iran US Emblem Gone

กราฟฟิกภาพธงชาติดังกล่าว ได้รับการเผยแพร่ในบัญชีทางการทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และเฟซบุ๊กของทีมฟุตบอลทีมชาติสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นตารางคะแนนของทีมกลุ่มบี ที่มีสหรัฐฯ อิหร่าน อังกฤษ และเวลส์ อยู่ในนั้น ซึ่งปรากฎให้เห็นเพียงธงชาติอิหร่านที่ปราศจากสัญลักษณ์ของสาธารณรัฐอิสลามเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลบออกและเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา

ทั้งนี้ ชาวอิหร่านลุกฮือประท้วงทั่วประเทศ เนื่องจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินิ หญิงอิหร่านวัย 22 ปี เมื่อเดือนกันยายน เธอถูกจับกุมโดยตำรวจศีลธรรมในกรุงเตหะรานเพราะ “แต่งกายไม่เหมาะสม” ก่อนจะเสียชีวิตระหว่างการถูกคุมขัง

ไมเคิล คัมมาร์แมน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสังคมออนไลน์ของทีมฟุตบอลทีมชาติสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันอาทิตย์ว่า จุดประสงค์ของโพสต์ดังกล่าว เพื่อแสดง “การสนับสนุนผู้หญิงอิหร่านในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพวกเธอ” ขณะที่นักเตะทีมชาติสหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเปลี่ยนรูปธงดังกล่าว

วอล์คเกอร์ ซิมเมอร์แมน นักเตะทีมชาติสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า “เราไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับโพสต์นั้นเลย แต่เรายืนหยัดในการสนับสนุนสิทธิสตรี และเราจะเดินหน้าสนับสนุนตลอดไป”

ด้านสื่อทางการอิหร่าน Tasnim News Agency รายงานว่าสมาพันธ์ฟุตบอลอิหร่านจะยื่นร้องเรียนเรื่องนี้ต่อทางคณะกรรมการด้านจริยธรรมของฟีฟ่า ฐาน “ไม่เคารพธงชาติ” ของสาธารณรัฐอิสลาม

ที่ผ่านมา ผู้นำอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ และนานาชาติที่สนับสนุนผู้ประท้วงให้ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ออกมาตรการลงโทษต่อเจ้าหน้าที่อิหร่านในการปราบปรามผู้ประท้วงในออกมาเคลื่อนไหว

ขณะที่ประเด็นนี้ลามมายังฟุตบอลโลก หลังจากทีมชาติอิหร่านปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติ ในเกมการแข่งขันนัดแรกรอบแบ่งกลุ่ม กับทีมชาติอังกฤษ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้ประท้วงอิหร่าน เช่นเดียวกับในเกมการแข่งขันกับเวลส์เมื่อวันศุกร์ ที่จบเกมอิหร่านชนะไป 2-0

ซิมเมอร์แมน เสริมว่า “เราไม่อาจพูดแทนพวกเขาได้ เรารู้เพียงว่าพวกเขาอ่อนไหวกับเรื่องนี้” และว่า “พวกเขาต้องเผชิญกับหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ พวกเขาคือมนุษยเหมือนกัน และเราเห็นใจและรู้สึกห่วงใยพวกเขาเช่นกัน”

ทั้งนี้ ทีมชาติสหรัฐฯ และทีมชาติอิหร่าน จะฟาดแข้งกันในวันอังคาร เพื่อชิงตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นเกมล้างตาเมื่อนึกย้อนถึงการแข่งขันระหว่าง 2 ชาติในการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อปี 1998 ซึ่งในครั้งนั้นอิหร่านชนะสหรัฐฯ ไป 2-1 และความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ไม่สู้ดีนักในเวลานั้น

ขณะที่ทีมชาติอังกฤษ ที่เป็นจ่าฝูงของสายด้วยคะแนน 4 แต้ม จะเจอกับศึกสายเลือดกับเวลส์

  • ที่มา: รอยเตอร์
XS
SM
MD
LG