ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'ทรัมป์' อวดผลงานบนเวทีใหญ่ยูเอ็น - มุ่งประเด็นอิหร่านและเกาหลีเหนือ


President Donald Trump addresses the 73rd session of the United Nations General Assembly, at U.N. headquarters, Sept. 25, 2018.

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในวันอังคาร ที่นครนิวยอร์ก โดยมุ่งประเด็นไปที่เรื่องอิหร่าน และเกาหลีเหนือ รวมทั้งยังได้กล่าวยกย่องผลงานของตนเองในช่วงสองปีที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ UNGA ในวันอังคาร ที่นครนิวยอร์ก ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับของบรรดาผู้นำทั่วโลกที่เข้าร่วมประชุม

ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน ซึ่งบรรดาผู้ร่วมประชุมตอบสนองอย่างน่าสนใจ

ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ภายในเวลาสองปี รัฐบาลของตนประสบความสำเร็จมากกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนๆ เกือบทุกชุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ซึ่งเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

บรรดาผู้ร่วมประชุมเริ่มส่งเสียงหัวเราะ ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้คาดว่าจะมีการตอบสนองเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไร

TRUMP UNGA
TRUMP UNGA

ในการปราศรัยครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุถึงมาตรการโดดเดี่ยวต่อรัฐบาลอิหร่าน โดยกล่าวหาว่าอิหร่านคือระบอบการปกครองที่ป่าเถื่อน เป็นเผด็จการที่เต็มไปด้วยการคอร์รัปชั่น และเป็นผู้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ความตาย และการทำลายล้าง

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านไม่เคยเคารพประเทศเพื่อนบ้าน หรือพรมแดน หรืออธิปไตยของประเทศอื่น แต่ผู้นำอิหร่านกลับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง และกระจายความวุ่นวายไปทั่วตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น

ปธน.ทรัมป์ ระบุว่า เมื่อเดือนที่แล้ว สหรัฐฯ ได้เริ่มนำมาตรการลงโทษต่ออิหร่านกลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่ถูกยกเลิกไปเพราะข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ที่รัฐบาล ปธน.โอบาม่า ทำไว้กับอิหร่านเมื่อ 3 ปีก่อน และว่า อาจมีการลงโทษเพิ่มอีกในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่นี้สามารถมีอาวุธอำนาจทำลายล้างสูงไว้ในครอบครอง

ต่อมา ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนหวังว่าจะสามารถมีการเจรจากับผู้นำอิหร่านได้ เหมือนกับที่ตนได้เจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือมาแล้ว แต่การเจรจาดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิหร่านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียก่อน

ด้านประธานาธิบดีอิหร่าน ฮัสซาน รูฮานี ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุม UNGA ในวันนี้เช่นกัน โดยระบุว่าไม่มีประเทศไหนที่จะถูกลากสู่โต๊ะเจรจาโดยไม่เต็มใจ และว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังละเมิดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อน รวมทั้งกล่าวหาว่า ปธน.ทรัมป์ กำลังพยายามทำให้องค์กรโลกต่างๆ ไร้ประสิทธิภาพ

ปธน.อิหร่าน ยังได้บอกปัดคำอ้างของ ปธน.ทรัมป์ ที่ว่าตนพยายามขอให้มีการเจรจาโดยตรงกับ ปธน.ทรัมป์ มาแล้วหลายครั้ง แต่ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธ

Iranian President Hassan Rouhani addresses the General Debate of the 73rd session of the General Assembly at the United Nations in New York September 25, 2018.
Iranian President Hassan Rouhani addresses the General Debate of the 73rd session of the General Assembly at the United Nations in New York September 25, 2018.

ขณะที่นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า มาตรการลงโทษที่สหรัฐฯ กำลังนำมาใช้กับอิหร่าน จะมีผลทำให้สหรัฐฯ เองที่ถูกโดดเดี่ยวจากสหประชาชาติ เนื่องจากพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศต่างสนับสนุนให้มีข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านต่อไป

ในการกล่าวปราศรัยครั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ ยังได้ชมเชยความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งนำไปสู่ความผ่อนคลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งแตกต่างจากคำปราศรัยของ ปธน.ทรัมป์ ในการประชุมเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว ที่ขู่ว่าตนจะทำลายล้างเกาหลีเหนือให้ราบคาบ และเรียกผู้นำคิม จอง อึน ว่า “Rocket Man” ที่กำลังเข้าสู่ภารกิจการฆ่าตัวตาย

เมื่อวานนี้ ปธน.ทรัมป์ ได้ตอบรับคำเชิญของผู้นำคิม จอง อึน ที่ส่งผ่านมากับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มูน แจ-อิน เรื่องที่ต้องการให้มีการเจรจาสุดยอดครั้งที่สองระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ เพื่อหารือเรื่องความก้าวหน้าของกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดวันและสถานที่จัดการประชุมแต่อย่างใด

ในส่วนที่เกี่ยวกับจีน ประธานาธิบดีทรัมป์ตำหนิจีนที่พยายามสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรมในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ มิได้กล่าวถึงกรณีที่รัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ.2016 แต่อย่างใด

President Donald Trump addresses the 73rd session of the United Nations General Assembly, Tuesday, Sept. 25, 2018 at U.N. headquarters.
President Donald Trump addresses the 73rd session of the United Nations General Assembly, Tuesday, Sept. 25, 2018 at U.N. headquarters.

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงอำนาจอธิปไตยของสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ ที่ ปธน.ทรัมป์ มองว่า คุกคามสิทธิของสหรัฐฯ ในการปกครองตนเอง

ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า อเมริกาปกครองโดยคนอเมริกัน เราปฏิเสธอุดมการณ์แบบโลกาภิวัฒน์ แต่สนับสนุนอุดมการณ์แห่งความรักชาติ ดังนั้นประเทศที่มีความรับผิดชอบจึงต้องสามารถปกป้องตนเองต่อภัยคุกคามทั้งจากรัฐบาลทั่วโลกและจากการรุกรานและยึดครองรูปแบบใหม่ๆ

ปธน.ทรัมป์ ระบุด้วยว่า ภัยคุกคามดังกล่าวนั้นมาทั้งในรูปของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน การลงทุนจากต่างชาติ และการหลั่งไหลของผู้อพยพเข้าเมือง

(ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียงรายงานจากห้องข่าววีโอเอ)

XS
SM
MD
LG