ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทรัมป์มั่นใจจะมีวัคซีนใช้ก่อนสิ้นปี ขณะที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำในเนวาดา


Trump Tours NIH Vaccine Research Center

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรครีพับริกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าอเมริกาจะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ใช้ก่อนสิ้นปีนี้หรืออาจจะเร็วกว่านั้นได้

คำกล่าวที่ว่านี้มีขึ้นถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะเตือนว่าโดยปกติแล้วการพัฒนาวัคซีนต้องใช้เวลานานหลายปีเพื่อทดลองและพิสูจน์ให้แน่ใจว่าวัคซีนมีประสิทธิผลและปลอดภัยก่อนที่จะสามารถนำมาใช้ได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียก็ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่าวัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ของรัสเซียนั้นได้ผลและปลอดภัย และว่าวัคซีนดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยสอดคล้องกับกฎหมายของรัฐเซียรวมทั้งระเบียบข้อปฏิบัติระหว่างประเทศด้วย ขณะนี้รัสเซียได้ทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของตนกับอาสาสมัครเพียง 76 รายและคาดว่าการทดลองกับอาสาสมัครกลุ่มใหญ่กว่าคือราว 40,000 คนนั้นจะเริ่มได้ในไม่ช้า

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีเช่นกัน องค์การอนามัยโลกเตือนว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ควรต้องตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่กับทุกคนที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อถึงแม้บุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดดังกล่าวจะไม่แสดงอาการใดๆ ก็ตาม

คำเตือนขององค์การอนามัยโลกที่ว่านี้มีขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคหรือ CDC ของสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนแนวทางปฎิบัติที่เคยใช้อยู่เดิม และให้ข้อแนะนำใหม่ว่าบุคคลใดที่แม้จะเคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีเชื้อโควิด-19 ในระยะห่างภายใน 2 เมตรเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาทีอาจไม่จำเป็นต้องรับการตรวจหาเชื้อถ้าไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ

ไม่มีการให้คำอธิบายถึงเหตุผลของการเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติครั้งนี้ และผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความกังวลว่าแนวทางปฏิบัติใหม่ของ CDC ดังกล่าวอาจทำให้การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐลดลงและมีบางคนตั้งข้อสงสัยด้วยว่าเรื่องนี้อาจมีเหตุผลจูงใจทางการเมือง อย่างไรก็ตามหลายรัฐของสหรัฐได้กล่าวว่าจะไม่ปฏิบัติตามแนวทางข้อแนะนำใหม่ของ CDC ในเรื่องการละเว้นการตรวจนี้และจะยังคงตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ที่ไม่แสดงอาการอยู่ต่อไป

อีกด้านหนึ่ง รายงานออนไลน์ของวารสารการแพทย์ Lancet ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพระบุว่ามีชายวัย 25 ปีผู้หนึ่งในรัฐเนวาดาของสหรัฐติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งที่สองและมีอาการหนักขึ้นกว่าครั้งแรก โดยนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเนวาดาและจากหน่วยงานสาธารณสุขของรัฐเนวาดารายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อไวรัสดังกล่าวที่แสดงว่าเชื้อก่อโรคครั้งที่สองนี้มีลักษณะสายพันธุ์ที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งหมายถึงว่าน่าจะมีการติดเชื้อครั้งที่สองอย่างแท้จริงไม่ใช่เป็นซากเชื้อที่มีอยู่เดิม

ชายชาวเนวาดาผู้นี้เคยติดเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อกลางเดือนเมษายนโดยมีอาการไม่รุนแรงและฟื้นตัวได้เองแต่กลับมาป่วยอีกครั้งในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม โดยในครั้งที่สองนี้เขามีอาการหนักขึ้น คือมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำมากและต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจในโรงพยาบาล

เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมมีรายงานเช่นกันว่าผู้ป่วยรายหนึ่งในฮ่องกงติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งที่สองรวมทั้งมีรายงานในสัปดาห์นี้ด้วยว่ามีผู้ป่วยอีกสองรายที่อยู่ในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ติดเชื้อโควิด-19 เป็นครั้งที่สอง

XS
SM
MD
LG