ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'ทรัมป์' ขู่สั่งปิดสมัยประชุมสภา หงุดหงิดแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญไม่ได้


President Donald Trump speaks about the coronavirus in the Rose Garden of the White House, Wednesday, April 15, 2020, in Washington. (AP Photo/Alex Brandon)
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:32 0:00

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะสั่งให้รัฐสภาอเมริกันปิดสมัยประชุม เพื่อเปิดทางให้ตนเองแต่ตั้งบุคคล ที่ได้ส่งชื่อไปรอการลงมติรับรอง แต่ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนดังกล่าว สามารถรับตำแหน่งเหล่านั้นได้

หนึ่งในผู้ที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอชื่อไปแต่ยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาก็คือผู้ที่เขาต้องการให้มาดูเเลองค์กรที่บริหาร สื่อว้อยซ์ ออฟ อเมริกา หรือวีโอเอ

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันพุธว่าเขา “มีอำนาจมาก” ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตราที่สอง เรื่องการสั่งให้สภายุติสมัยประชุม โดยรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า เป็นอำนาจ “ในสถานการณ์พิเศษ”

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าวุฒิสภาอเมริกันควรทำหน้าที่ลงมติว่าบุคคลที่เขาแต่งตั้งจะได้รับการรับรองหรือไม่ หรือไม่เช่นนั้นก็ควรปิดสมัยประชุม เพื่อที่ว่าเขาจะได้ใช้อำนาจแต่งตั้งโดยตรง

เขากล่าวต่อไปว่า มีคนจำนวนมากที่ต้องเข้าทำงานในรัฐบาล และสถานการณ์การระบาดของโคโรนาไวรัส ยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้คนเหล่านี้ได้รับหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ

ทั้งนี้ รัฐธรรมมูญสหรัฐฯ กำหนดให้วุฒิสภาทำหน้าที่กลั่นกรองและพิจารณาความเหมาะสม ของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อสำหรับตำแหน่งใหญ่ๆ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นช่วงที่สภามิได้อยู่ในสมัยประชุม ประธานาธิบดีสามาถแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นได้โดยตรง ในการใช้อำนาจที่เรียกว่า “recess appointment” แต่อำนาจแต่งตั้งลักษณะนี้จะหมดไปหากบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ยังคงไม่ได้รับการรับรองจากสภาเมื่อสมัยประชุมสภาถัดไปจบลงอย่างสมบูรณ์

ในประวัติศาสตร์อเมริกัน ยังไม่มีประธานาธิบดีคนใดที่สั่งให้สภายุติสมัยการประชุม ตามรัฐธรรมนูญมาตราสอง วรรคสาม

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีใครเคยใช้อำนาจนี้ แต่ตนจะใช้แนวทางนี้ เพราะไม่ต้องการเล่นเกมการเมืองอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์​เสนอชื่อ นายไมเคิล เเพค ผู้สร้างหนังสารคดี ให้เป็นผู้บริหาร องค์กร U.S. Agency for Global Media ซึ่งเป็นหน่วยงานเเม่ของ วีโอเอ

เขาเป็นหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อจากทำเนียบขาวในตำแหน่งสำคัญๆ15 คนที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากวุฒิสภา ซึ่งรวมถึงตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ สมาชิกคณะกรรมการระบบธนาคารกลางสองราย และรองรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ที่จะรับผิดชอบโครงการความมั่นคงด้านอาหาร

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโทษ นักการเมืองเดโมเเครตในเรื่องนี้ ว่าร่วมมือกันทำให้เกิดความยากลำบาก

เขากล่าวว่า ชื่อของนายไมเคิล เเพค ติดค้างยังไม่ได้รับการแต่งตั้งมาสองปี ทำให้ไม่สามารถเข้าบริหารวีโอเอได้

และบอกด้วยว่า “ถ้าใครได้ฟังรายงานของว้อยซ์ ออฟ อเมริกา จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ สิ่งที่ว้อยซ์ ออฟ อเมริการายงานเป็นที่น่ารังเกียจต่อประเทศ (สหรัฐฯ)”

ผู้บริหารของวีโอเอ ตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ในแถลงการณ์เย็นวันพุธ​

อะเเมนดา เบนเน็ต ผู้อำนวยการวีโอเอ กล่าวในคำแถลงว่า “เป็นเวลากว่า 75 ปี ที่วีโอเอ ดำเนินงานตามหน้าที่ ที่จะเล่าเรื่องราวของอเมริกา และให้ข้อมูลที่เป็นความจริงและตรงไปตรงมาต่อคนในส่วนต่างๆทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ ”

Amanda Bennett,who will be sworn in as the new director of the Voice of America on Monday, April 18, 2016.
Amanda Bennett,who will be sworn in as the new director of the Voice of America on Monday, April 18, 2016.

เธอกล่าวเสริมว่า หน้าที่ของวีโอเอที่สำคัญ คือการส่งเสริมเสรีภาพสื่อในส่วนต่างๆของโลก

ผู้อำนวยการวีโอเอผู้นี้กล่าวด้วยว่า “หากดูจากตัวเลขจำนวนผู้ติดตามข่าวของวีโอเอที่เพิ่มขึ้น ในช่วงการระบาดของโคโรนาไวรัส อาจบอกได้ว่าคนทั่วโลกเชื่อมั่นในหน้าที่ และจุดมุ่งหมายของเรา”

เธอบอกว่าการทำงานนี้เป็นเรื่องยาก และเป็นงานที่สำคัญ​ซึ่งน่าจะสำคัญยิ่งขึ้น กว่าในอดีต ด้วย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำเนียบขาวโจมตีวีโอเอ โดยกล่าวว่า ช่วยจีนทำข่าวโฆษณาชวนเชื่อ ที่ส่งเสริมรัฐบาลปักกิ่ง ตัวอย่างที่ถูกยกมาวิจารณ์ คือข่าววิดีโอของสำนักข่าวเอพี ที่วีโอเอนำมาทวีต เรื่องการเปิดเมืองอู่ฮั่น

และทำเนียบขาวยังกล่าวหาว่าวีโอเออ้างสถิติผู้เสียชีวิตในจีนเทียบกับสหรัฐฯ ตามตัวเลขของรัฐบาลปักกิ่ง แต่ในความเป็นจริงวีโอเอใช้ตัวเลขของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอบกิ้นส์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

หนังสือพิมพ์ The New York Times ของสหรัฐฯกล่าวว่าการโจมตีวีโอเอของทำเนียบขาว เป็นเรื่องประหลาด

ในครั้งนั้น อะเเมนดา เบนเน็ต ตอบโต้ทำเนียบขาวว่า วีโอเอทำข่าว การบิดเบือนข้อมูลของทางการจีนอย่างครบถ้วน และเสนอรายงานตามข้อมูลที่เป็นจริง

ทั้งนี้ อะเเมนดา เบนเน็ต ได้รับการแต่งตั้งในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา และเธอดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการวีโอเอ มาเป็นเวลา 4 ปีเเล้ว ก่อนหน้่านี้ เธอทำงานเป็นนักข่าวและได้รับรางวัล Pulitzer Prize ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติของวงการสื่อสารมวลชน

XS
SM
MD
LG