ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ธุุรกิจฟื้นฟูป่าเเละดินเสื่อมคุณภาพ ทำกำไรในระยะยาว


please wait

No media source currently available

0:00 0:04:21 0:00

บริษัท แลนด์ ไลฟ์ คัมปานี (Land Life Company) และบริษัท เฟรช โคสต์ แคปปิตอล (Fresh Coast Capital) ร่วมปลูกต้นไม้เพื่อดูดมลพิษในอากาศ

บริษัทเหล่านี้ล้วนเเต่มุ่งทำรายได้จากการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและดินเสื่อมสภาพเรื่องราวของบริษัทเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในรายงานชิ้นใหม่ของสถาบัน World Resources Institute เรื่อง "The Business of Planting Trees" หรือ “ธุรกิจการปลูกต้นไม้”

โซเฟีย ฟารุกกิ (Sofia Faruqi) หัวหน้าทีมผู้ร่างรายงานของสถาบันเเห่งนี้กล่าวว่า รายงานชิ้นนี้ถือเป็นการศึกษาธุรกิจหวังผลกำไรจากการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเเละที่ดินทางการเกษตรชิ้นเเรก

ฟารุกกิ กล่าวว่า ที่ดินจำนวนมากทั่วโลกเสื่อมสภาพเพราะต้นไม้ถูกตัดโค่น ดินพังทลาย แต่มีความต้องการใช้ที่ดินที่เสื่อมสภาพนี้เพื่อเลี้ยงปากท้องประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา จำเป็นต้องกำจัดมลพิษทางอากาศเเละน้ำ ตลอดจนต้องมีต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับแก๊สเรือนกระจก

เธอกล่าวว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ได้สัญญาว่าจะสนับสนุนเงินทุนหลายพันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเเละสภาพดิน

ฟารุกกิ กล่าวว่าตอนนี้รัฐบาลประเทศต่างๆ ได้สัญญาเเล้วว่าจะฟื้นฟูพื้นที่ป่าเเละดินที่เสื่อมสภาพทั่วโลกซึ่งมีขนาดเท่ากับแอฟริกาใต้ แต่ตนเองไม่เเน่ใจว่าจะเป็นไปได้เเค่ไหน หากไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน

ฟารุกกิเเละเพื่อนร่วมงานวิจัย ได้เริ่มเสาะหาบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจด้านการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเเละสภาพที่ดินเพื่อหวังผลกำไร รายงานนี้เป็นเหมือนข้อเเนะนำเเก่บรรดานักลงทุนที่อาจจะลังเลที่จะลงทุนในธุรกิจด้านนี้ แต่ฟารุกกิกล่าวว่า นี่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่นักลงทุนยังไม่ค่อยรู้จักกันนัก

รายงานชิ้นนี้ชี้ถึงรูปแบบของการทำธุรกิจนี้ไว้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ผืนใหญ่หลายๆ ผืน เเต่บริษัท โคมาซา (Komaza) ในเคนยา กลับปลูกต้นไม้ในพื้นที่ดินขนาดเล็กหลายพันแห่งด้วยกัน

นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายบริษัท อาทิ บริงค์เเมน กรุ๊ป (Brinkman Group) ที่ทำธุรกิจปลูกต้นไม้ทดแทนป่าไม้ที่ถูกตัดในพื้นที่ป่าเเห่งต่างๆ ในเเคนาดา มานานหลายสิบปีเเล้ว

เดอร์ก บริงค์เเมน (Dirk Brinkman) ผู้ก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า ทางบริษัทเพิ่งเริ่มตัดไม้ที่มีมูลค่าสูงทางการค้า เเละเป็นป่าปลูกอย่างยั่งยืนในอเมริกากลาง ซึ่งต้นไม้เหล่านี้ทางบริษัทเป็นผู้ปลูกเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

บริงค์เเมน กล่าวว่า รายได้จากการลงทุนปลูกต้นไม้นี้เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เเละบริษัททำกำไรได้จริง เพียงเเต่อาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์เรื่องนี้

ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะทำกำไรได้ อาจเป็นสาเหตุให้นักลงทุนหลายคนไม่ต้องการทำธุรกิจนี้ เเละในหลายประเทศที่มีปัญหาสภาพป่าเเละดินเสื่อมคุณภาพ มักจะประสบกับปัญหาด้านการบริหารประเทศของรัฐบาล เเละขาดความชัดเจนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน

งานฟื้นฟูป่าและดินเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เเละขณะนี้ มีบริษัทเพียง 5 ใน 14 บริษัทเท่านั้นในรายงานชิ้นนี้ ที่เปิดเผยถึงกำไรที่ได้รับ

มุสฟิก มูบารัค (Mushfiq Mobarak) นักเศรษฐศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) กล่าวว่า บรรดานักลงทุนอาจต้องการได้รับข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จมากกว่านี้ ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดเข้าไปลงทุนในธุรกิจนี้

เขากล่าวว่าตนเองดีใจที่เห็นคนนำเเนวคิดนี้ไปทำธุรกิจจริงจัง อย่างไรก็ตาม ตนเองอยากเห็นก้าวย่างต่อไปในการเก็บข้อมูลทางตัวเลขเพิ่มขึ้น เเละเขาบอกว่า สำหรับบริษัทต่างๆ ที่ทำธุรกิจนี้สำเร็จ พื้นที่เสื่อมโทรมทั่วโลกน่าจะถือเป็นโอกาสขนาดยักษ์ในการทำธุรกิจนี้

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG