ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สัมผัส 'พลังหญิง' ในแวดวงฮอลลีวู้ด ผ่านภาพยนตร์ "Wonder Woman" และ "The Beguiled"


Cast member Gal Gadot poses at the premiere of "Wonder Woman" in Los Angeles, California, May 25, 2017.

ในวงการภาพยนตร์ ผู้หญิงมักมีบทบาทเด่นในภาพยนตร์โรแมนติก คอมดี้ หรือ ดราม่า และมักไม่ได้รับโอกาสในตำแหน่งที่ผู้ชายประสบความสำเร็จในวงการเท่าที่ควร แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากศักยภาพของผู้หญิงที่ทำลายกำแพงเหล่านั้นไปได้

ซูเปอร์ฮีโร่หญิงอย่าง "Wonder Woman" ปล่อยพลังทั้งในภาพยนตร์ และกวาดรายได้ทั่วโลกอย่างถล่มทลาย 653 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกินกว่าทุนสร้างไป 4 เท่าตัว เป็นตัวอย่างของการผนึกกำลังของนักแสดงสาวเชื้อสายอิสราเอล 'Gal Gadot' ผู้รับบท Wonder Woman และผู้กำกับหญิง Patty Jenkins ที่ร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการจอเงิน ด้วยการทุบสถิติภาพยนตร์ที่กำกับโดยผู้หญิงที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

Wonder Woman ถ่ายทอดเรื่องราวของ 'ไดอาน่า' เจ้าหญิงบนเกาะสวรรค์เธอมิสซิล่า ที่ถูกฝึกฝนให้เป็นสุดยอดนักรบไร้พ่าย ก่อนโชคชะตาจะพาให้เธอออกไปจากเกาะเพื่อหวังยุติสงครามโลกที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นให้ได้

สิ่งที่คุณ Patty Jenkins พยายามสะท้อนออกมาในภาพยนตร์ คือ ความหลงใหลในซูเปอร์ฮีโร่หญิงอันทรงพลัง บวกกับศักยภาพในการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แอคชั่นแนวซูเปอร์ฮีโร่ ที่ส่วนใหญ่มักเป็นโอกาสของผู้ชาย แต่ Patty เลือกใช้จุดเด่นของตัวละครที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน ถ่ายทอดหนังแอคชั่นของผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบได้

และทางออกของปัญหาไม่ใช่แค่การใช้ความรุนแรง แต่เราสามารถใช้ความรักความเข้าใจและการให้อภัย เพื่อแก้โจทย์ที่ซับซ้อนในชีวิตได้

ขณะที่ Gal Gadot นักแสดงนำผู้รับบท Wonder Woman รู้สึกโชคดีที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับหญิงคนนี้ ที่มองเห็นภาพของ ไดอาน่า หรือ Wonder Woman ตรงกัน และถ่ายทอดออกมาได้น่าสนใจ

Robin Wright (from left) director Patty Jenkins, Gal Gadot, and Connie Nielsen pose for a portrait for "Wonder Woman" in Culver City, Calif., May 20, 2017,
Robin Wright (from left) director Patty Jenkins, Gal Gadot, and Connie Nielsen pose for a portrait for "Wonder Woman" in Culver City, Calif., May 20, 2017,

2 พลังหญิงที่ผนึกกำลังในภาพยนตร์ Wonder Woman ได้พิสูจน์ให้ฮอลลีวู้ดให้เห็นว่า การทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์ที่กำกับโดยผู้หญิงนั้นไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

และนี่ไม่ใช่ภาพยนตร์เรื่องเดียวที่จะถูกจับตามองในปีนี้ อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่นักวิจารณ์เฝ้ารอ คือ "The Beguiled" ผลงานรีเมคของผู้กำกับ Sofia Copolla ที่ส่งให้เธอเป็นผู้หญิงคนที่ 2 ในวงการภาพยนตร์โลกที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในรอบ 71 ปี

The Beguiled ดัดแปลงจากนิยายแนวกอธิค เรื่อง "A Painted Devil" ของโธมัส พี. คัลลิแนน และเคยสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 1971 เล่าเรื่องราวยุคสงครามกลางเมืองของสหรัฐฯ ที่ทหารบาดเจ็บหนักเข้าไปขออาศัยในโรงเรียนประจำสำหรับผู้หญิง ที่ภายในนั้นมีผู้หญิงทั้งสิ้น 7 คน รวมทั้งครู นักเรียน และแม่บ้าน

แต่ทหารนายนี้กลับใช้สเน่ห์หว่านล้อมพวกเธอให้อิจฉาริษยากันเอง ก่อนที่พวกเธอทั้ง 7 จะไหวตัวทันและร่วมมือกันแก้แค้นอย่างเจ็บแสบ

Sofia บอกว่าภาพยนตร์ต้นฉบับนั้น ถูกถ่ายทอดโดยมุมมองของผู้ชาย เล่าเรื่องผ่านบทบาทของทหารที่เป็นตัวละครนำ แต่เธอเลือกดัดแปลงบทภาพยนตร์เพื่อสะท้อนมุมมองของผู้หญิงแทน

Elle Fanning, Nicole Kidman, writer/director Sofia Coppola and Kirsten Dunst seen at the U.S. premiere of "The Beguiled" after-party at Sunset Tower, June 12, 2017, in Los Angeles.
Elle Fanning, Nicole Kidman, writer/director Sofia Coppola and Kirsten Dunst seen at the U.S. premiere of "The Beguiled" after-party at Sunset Tower, June 12, 2017, in Los Angeles.

นอกจากผู้กำกับหญิงแล้ว ยังได้นักแสดงระดับแม่เหล็ก ทั้ง Colin Farrell ผู้รับบท John McBurney นายทหารที่ได้รับบาดเจ็บ Nicole Kidman มารับบท Martha Farnsworth คุณครูของโรงเรียนประจำสตรี รวมทั้งนักแสดงมากความสามารถอย่าง Kirsten Dunst และ Elle Fanning

อย่างไรก็ตาม นักแสดงมากฝีมืออย่าง Nicole Kidman กลับเห็นว่า ผู้กำกับหญิงในฮอลลีวู้ดมีเพียงแค่หยิบมือที่จะได้รับโอกาส ทั้งที่มีความสามารถ เพราะเมื่อปีที่แล้ว มีแค่ 4 เปอร์เซนต์ของผู้กำกับหญิงที่ได้กำกับหนังฟอร์มใหญ่เท่านั้น

ซึ่งอาจต้องฝากความหวังให้ ความสำเร็จของ Sofia ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และภาพยนตร์ Wonder Woman ที่จะเป็นใบเบิกทางที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมในฮอลลีวู้ดได้ในอนาคตอันใกล้

XS
SM
MD
LG