ลิ้งค์เชื่อมต่อ

จากคุกสู่ครัว: เชฟอังกฤษรำลึกโครงการเยาวชนของ ‘เจ้าชายฟิลิป’ เปลี่ยนชีวิต


Chef Jon Watts says a program founded by Prince Philip, the Duke of Edinburgh, gave him a “passion for food” and a career as a chef when he got out of prison.

หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป พระสวามีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุกแห่งเอดินบะระห์ ผู้นำหลายประเทศทั่วโลกได้แสดงความเสียใจ และยกย่องเชิดชูภารกิจต่าง ๆ ของเจ้าชายฟิลิปที่ทรงงานเคียงข้างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นเวลาหลายทศวรรษ

แต่สำหรับชาวอังกฤษหลายคน พระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้าชายฟิลิป คือ โครงการ Duke of Edinburgh’s Award ที่ช่วยให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะและความมั่นใจที่จำเป็นในการไขว่คว้าความสำเร็จในชีวิต

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ Duke of Edinburgh’s Award ต้องทำงานอาสาสมัคร พัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และการออกเดินทางผจญภัย โดยมีรางวัลเหรียญทองแดง เหรียญเงิน และเหรียญทอง สำหรับความสำเร็จในแต่ละขั้น มีเยาวชนคนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 14-24 ปีทั้งหมดประมาณ 6.7 ล้านคนที่เข้าร่วมโครงการนี้ในสหราชอาณาจักร และขยายไปใน 130 ประเทศ ตั้งแต่เจ้าชายฟิลิปทรง้ก่อตั้งโครงการในปี ค.ศ.1956

จอน วัตตส์ เป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมโครงการ Duke of Edinburgh’s Award หลังจากที่เขาติดคุกเมื่ออายุได้เพียง 18 ปี เขาตัดสินใจลุกขึ้นมาทำชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น โดยการลงเรียนทุกอย่างที่สามารถเรียนได้ ตั้งแต่วิชาคณิตศาสตร์ไปจนถึงวิชาการจัดการธุรกิจ แต่เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Associated Press ว่าโครงการที่เปลี่ยนชีวิตเขาคือ Duke of Edinburgh’s Award ที่ทำให้เขามี “ความหลงใหลในอาหาร” และเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่เส้นทางอาชีพการเป็นพ่อครัว เมื่อเขาออกจากคุกเมื่อสามปีก่อน

เขาบอกว่า เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งในคุก โดยมีโครงการ Duke of Edinburgh’s Award ช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นคนดี และเชื่อมั่นในตนเองว่าจะสามารถประสบความสำเร็จได้

on Watts, demonstrates his cooking skills for the Associated Press by making a prawn linguini at a friends kitchen in Codicote, Welwyn, England, Thursday, April 15, 2021.
on Watts, demonstrates his cooking skills for the Associated Press by making a prawn linguini at a friends kitchen in Codicote, Welwyn, England, Thursday, April 15, 2021.

โครงการ Duke of Edinburgh’s Award เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเยาวชนคนหนุ่มสาวชาวอังกฤษ แม้แต่สมาชิกคณะรัฐมนตรีต่างพากันพูดถึงประสบการณ์การได้รางวัลเหรียญทองจากโครงการนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษบอริส จอห์นสัน ล้อว่าหลายคนอวดอ้างความสำเร็จของตนเองเกินจริง

โครงการนี้เกิดขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของเจ้าชายฟิลิปเองในขณะทรงศึกษาที่ Gordonstoun ในประเทศสก็อตแลนด์ ซึ่งพระองค์ทรงได้รางวัล Moray Badge ก่อนที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และเมื่อหลังสงครามสิ้นสุดลง ครูใหญ่ของโรงเรียนได้พูดคุยกับพระองค์ถึงแผนที่จะขยายโครงการดังกล่าวออกไป เพื่อให้เยาวชนคนหนุ่มสาวในอังกฤษได้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนจากกิจกรรมนอกห้องเรียน

เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ และออกแบบความท้าทายขั้นต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน โครงการได้ผลักดันให้ทุกคนทดสอบขีดจำกัดของตัวเอง สร้างเสริมความมั่นใจ และความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง

A tribute to Britain's Prince Philip is projected onto a large screen at Piccadilly Circus in London, after the announcement of the duke's death.
A tribute to Britain's Prince Philip is projected onto a large screen at Piccadilly Circus in London, after the announcement of the duke's death.

ลุค เลอวีน วัย 23 ปี ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทอง กล่าวว่าในการผจญภัยครั้งสุดท้าย เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ต้องเดินเท้า 3 วันผ่านอุทยานแห่งชาติ Snowdonia ในเวลส์ ท่ามกลางลมแรงและอากาศอันเลวร้าย เพื่อจะปีนภูเขาสูง 3,000 ฟุต และยังต้องช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีเป็นโรคหอบหืด การต้องช่วยเหลือตัวเอง ทำให้ เลอวีน รวบรวมความกล้าที่จะเปิดเผยว่าตนเองเป็นผู้ชายข้ามเพศ

ส่วน จอน วัตตส์ เล่าว่า เขาออกจากโรงเรียนเมื่อมีอายุเพียง 16 ปี โดยไม่มีวุฒิการศึกษาใด ๆ ก่อนที่จะเข้าไปพัวพันกับแก๊งอันธพาลในเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ดบ้านเกิด วัตตส์ถูกตัดสินจำคุกหกปีครึ่ง หลังจากที่เขามีส่วนในคดีแทงชายหนุ่มคนหนึ่งจนถึงแก่ชีวิต

เขาตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Duke of Edinburgh’s Award หลังจากเข้าฟังการบรรยายเกี่ยวกับโครงการจากตัวแทนที่เข้ามาพูดในเรือนจำ

Britain Prince Philip Legacy
Britain Prince Philip Legacy

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สองคนช่วยเขาออกแบบโครงการให้ตัวเอง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการลงเรียนวิชาทำอาหารในสถาบันอาชีวะของอังกฤษ เขาได้เรียนรู้ศาสตร์และทักษะพื้นฐาน ตั้งแต่เรื่องการรักษาความสะอาดในครัวไปจนถึงการขอดเกล็ดปลา ในส่วนของการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม เขาเป็นอาสาสมัครสายด่วนช่วยเหลือสังคม และคอยรับโทรศัพท์จากผู้ที่คิดอยากจะฆ่าตัวตาย

การออก "ผจญภัย" ครั้งแรกของวัตตส์ คือการนอนค้างคืนในสนามฟุตบอลของเรือนจำ ภายใต้การจับตาดูของผู้คุม ในระหว่างที่เขาเตรียมตัวออกจากคุก เขาได้รับอนุญาตให้วางแผนการเดินทางที่ Brecon Beacons เทือกเขาในเวลส์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทหารอังกฤษใช้ฝึกทักษะการเอาตัวรอด

วัตตส์กล่าวว่าเขาได้เข้าเฝ้าเจ้าชายฟิลิปในงานพิธีมอบรางวัล โดยเจ้าชายฟิลิปได้ทรงถามวัตตส์ว่า เขาต้อง "ใส่โซ่ตรวนและลูกตุ้มเหล็กของนักโทษ" ตอนออกเดินป่าหรือไม่ ซึ่งเป็นลักษณะการรับสั่งอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเจ้าชายฟิลิป ที่บางครั้งแลดูไม่สุภาพและไม่เหมาะสม แต่วัตตส์บอกว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไร และมองว่าการเข้าเฝ้าราชวงศ์นั้นเป็นประสบการณ์ที่ทำให้หลายคนประหม่า เขาคิดว่าเจ้าชายฟิลิปตั้งใจเรียกเสียงหัวเราะ เพื่อให้ทุกคนไม่ตื่นจนเกินไป

Britain Prince Philip Legacy
Britain Prince Philip Legacy

ในระหว่างรอการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ วัตตส์ได้ไปทำงานที่ร้านอาหารของเชฟอังกฤษชื่อดังอย่าง เจมี โอลิเวอร์ และหลังจากได้รับการปล่อยตัว เขาทำงานต่อกับเจมี โอลิเวอร์อีก 5 ปี ก่อนที่จะลาออกมาทำธุรกิจ catering ของตัวเอง โดยจัดส่งอาหารให้กับบริษัทและตามงานต่าง ๆ แต่หลังจากที่มีการระบาดของโควิด-19 จนทำให้งานอีเวนต์ต่าง ๆ หดหายไป วัตตส์จึงไปทำงานเป็นพ่อครัวส่วนตัวให้กับครอบครัวสามแห่ง

ถึงแม้ว่าเขาจะออกจากเรือนจำมานานพอที่จะปิดบังอดีตของตัวเอง แต่วัตตส์ยังคงพูดถึงช่วงเวลาแห่งความยากลำบากหลังลูกกรง เพื่อให้คนอื่นที่กำลังประสบความยากลำบากอยู่รู้ว่าการต่อสู้กับความยากลำบากใด ๆ นั้นไม่เคยสูญเปล่า ซึ่งเขามองว่านั่นคือความหมายที่แท้จริงของ “รางวัลเหรียญทอง”

“ผมเป็นส่วนหนึ่งของมรดกที่เจ้าชายฟิลิปทรงทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลัง ทุก ๆ วันที่ผมทำงาน ทำอาหาร และในทุกจานที่ผมเสิร์ฟ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของมรดกของเจ้าชายฟิลิปเช่นกัน”

XS
SM
MD
LG