ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

จับตาดีเบตคู่ชิงรองปธน.อาจไม่เดือดเท่า ‘ทรัมป์-ไบเดน’ แต่เป็นเวทีวัดแวว ‘ผู้นำ’


pence harris debate
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:50 0:00


การโต้อภิปรายระหว่างคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งสหรัฐฯ เป็นอีกกิจกรรมการเมืองหนึ่งที่ได้รับผลกะทบจากการกระบาดของโควิด-19

ในค่ำคืนนี้ตามเวลาสหรัฐฯ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และวุฒิสมาชิกคามาลา แฮร์ริส จะขึ้นดีเบตที่เมืองซอลท์เลคซิตี้ รัฐยูทาห์

มีปัจจัยที่ทำให้ผู้คนจะจับตาดูทั้งคู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องความพร้อมหากสถานการณ์ส่งผลให้ผู้เป็นรองประธานาธิบดี ต้องทำหน้าที่แทนผู้นำประเทศ กล่าวคือ ขณะนี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วัย 74 ปียังคงพักฟื้นหลังการรักษาอาการจากโควิด-19 และนายโจไบเดน ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมเเครตก็มีอายุ 77 ปี

รองประธานาธิบดีเพนซ์ วัย 61 ปี เคยเป็น ส.ส.และผู้ว่าการรัฐอินเดียนา ช่วงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ป่วยจากโคโรนาไวรัส เขาทำภารกิจหลายอย่างในการหาเสียงแทน

ส่วน ส.ว.คามาลา แฮร์ริส อดีตอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 55 ปี ลงเลือกตั้งครั้งนี้พร้อมความหวังที่จะกำชัยซึ่งจะทำให้เธอเป็นสตรีคนเเรก และผู้มีเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันคนเเรกที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

ท็อดด์ เบลท์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาด้านการบริหารจัดการทางการเมืองแห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน กล่าวว่า เนื่องจากความไม่แน่นอนว่าจะมีการดีเบตระหว่างทรัมป์และไบเดนอีกหรือไม่ คนจึงสนใจการโต้อภิปรายของเพนซ์และแฮร์ริสในคืนวันพุธนี้

เขากล่าวว่าความสนใจยังเกิดขึ้นเป็นพิเศษเพราะคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต่างมีอายุกว่า 70 ปีทั้งคู่ โดยเฉพาะหากพิจารณาสถิติที่ว่าหนึ่งในสี่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอดีตเคยมีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถดำรงตำแหน่งครบสมัย

คาปรี คาฟาโร ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสาธารณะแห่ง American University ที่กรุงวอชิงตัน กล่าวว่า เมื่อเกิดการแพร่ของโควิด-19 ที่ทำเนียบขาว และประธานาธิบดีติดเชื้อไวรัสดังกล่าว “แสงสป็อตไลต์” ก็ฉายมายังรองประธานาธิบดีทันที

อีกเหตุผลหนึ่งที่การโต้อภิปรายระหว่างคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ก็คือความปั่นป่วนในดีเบตเมื่อวันอังคารที่แล้วระหว่างทรัมป์และไบเดน ที่พิธีกรไม่สามารถคุมเกมให้การอภิปรายดำเนินไปตามกติกา

วิลเลียม โฮเวลล์ ศาตราจารย์ด้านการเมืองอเมริกันที่มหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า การดีเบตของคู่ชิงรองประธานาธิบดียิ่งดูมีความสำคัญมากขึ้น หากคำนึงว่า ทีมงานของทรัมป์และเพนซ์ต้องการหาทางเปลี่ยนจังหวะขับเคลื่อนแนวทางหาเสียง เนื่องจากเป็นรองฝ่ายตรงข้ามในผลสำรวจความนิยมของหลายสำนัก

นักวิเคราะห์กล่าวว่า รองประธานาธิบดีเพนซ์อาจจะโยงส.ว.แฮร์ริส กับการประท้วงที่เกิดความรุนเเรงในหลายเมืองใหญ่ จากความไม่พอใจความอยุติธรรมด้านเชื้อชาติสีผิว

ส่วน ส.ว.แฮร์ริส ที่เคยแสดงฝีมือถามคำถามตรงไปตรงมาแบบทนายในฐานะสมาชิกคณะกรรมาธิการตุลาการของวุฒิสภาครั้งนี้ ที่เวทีดีเบต น่าจะต้องควบคุมไม่ให้ตัวเธอพูดรุนแรงเกินไปหากเป็นเรื่องสุขภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นจากโควิด-19

ท็อดด์ เบลท์ แห่งมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน กล่าวว่าแม้วุฒิสมาชิกแอร์ริส จะชอบเป็นฝ่ายบู๊ในการอภิปราย อย่างที่เห็นในการทำงานในสภา แต่ครั้งนี้ คณะหาเสียงของเธอและนายไบเดน ไม่ต้องการให้ความได้เปรียบในโพลล์ขณะนี้ กระทบกระเทือนจากดีเบต

เขากล่าวว่าส่งที่เธอต้องทำคือไม่ก่อประเด็นที่สร้างความปั่นป่วนกับความเป็นต่อขณะนี้ก็พอ

สำหรับหัวข้อที่อาจถูกพูดถึงมาก คาปรี คาฟาโร จาก American University กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องการเเต่งตั้งผู้พิกษาศาลสูงแทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากที่ตุลาการรูธ กินส์เบิร์กเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยขณะนี้กระบวนการกลั่นกรองผู้ได้รับการเสนอชื่อ อยู่ที่วุฒิสภา และ ส.ว.แฮร์ริสก็คือหนึ่งในผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมด้วย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่มีต่อพรรครีพับลิกันที่รีบดำเนินการก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี สำหรับตำแหน่งที่มีวาระการทำหน้าที่ได้ตลอดชีวิต

U.S President Donald Trump announces his nominee of Judge Amy Coney Barrett to fill the Supreme Court seat left vacant by the death of Ruth Bader Ginsburg, at the White House in Washington, Sept. 26, 2020.
U.S President Donald Trump announces his nominee of Judge Amy Coney Barrett to fill the Supreme Court seat left vacant by the death of Ruth Bader Ginsburg, at the White House in Washington, Sept. 26, 2020.

XS
SM
MD
LG