ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

คนเอเชียตกเป็นเป้าความเกลียดชังกว่า 9,000 ครั้งในสหรัฐฯ นับตั้งแต่โควิดระบาด


Unjuk rasa "We Are Not Silent" melawan kebencian anti-Asia sebagai tanggapan atas kejahatan anti-Asia baru-baru ini di Chinatown-Distrik Internasional Seattle, Washington pada 13 Maret 2021. (Foto: AFP/Jason Redmond)

รายงานจากองค์กรยุติความเกลียดชังต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียและหมู่เกาะแปซิฟิก หรือ STOP AAPI Hate เปิดเผยว่า ชาวเอเชียในอเมริกาตกเป็นเป้าการถูกคุกคามทำร้ายจากความเกลียดชัง มากกว่า 9,000 ครั้ง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ตามรายงานของเอพี

รายงานฉบับล่าสุดของหน่วยงาน STOP AAPI Hate ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี รวบรวบคดีคุกคามคนเชื้อสายเอเชียในอเมริกา ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวการณ์ระบาดของโควิด-19 ในช่วงวันที่ 19 มีนาคมปีก่อน ถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ พบว่า มีรายงานคดีลักษณะนี้ถึง 9,081 คดี

โดยรายงานที่ทาง Stop AAPI Hate รวบรวมมาได้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีทั้งจากการเปิดเผยโดยเหยื่อและคนใกล้ตัวของผู้ประสบเหตุ พบว่า การคุกคามด้วยวาจา และการแสดงความรังเกียจ ซึ่งไม่ถือเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชังตามกฏหมาย คิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของเรื่องร้องเรียนหน่วยงานได้รับแจ้ง ขณะที่การทำร้ายร่างกายคนเอเชีย เพิ่มขึ้น 16.6% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับ 10.8% เมื่อปีก่อน

ในรายงานนี้ ยังพบว่า ผู้ที่แจ้งเหตุคุกคามชาวเอเชียราว 63% เป็นผู้หญิง ส่วนพิกัดการเกิดเหตุราว 31% เป็นการคุกคามชาวเอเชียที่เกิดขึ้นตามท้องถนน และ 30% เกิดขึ้นตามห้างร้านและธุรกิจของคนเชื้อสายเอเชีย

แม้ว่านักการเมือง นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ และชุมชนต่างๆ จะออกมาเรียกร้องความยุติธรรมและต่อต้านการคุกคามชาวเอเชียมากขึ้น รวมทั้งการผลักดันกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชังในปีนี้ แต่ในมุมมองของ Stop AAPI Hate มองว่าการคุกคามชาวเอเชียยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนัก

(ที่มา: เอพี)

XS
SM
MD
LG