ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“พันธมิตรชานม” - การเคลื่อนไหวทางการเมืองคนรุ่นใหม่ของเอเชีย


FILE - Protesters hold signs of the Hong Kong-Thailand-Taiwan network (Milk Tea Alliance) during a rally to demand that the government resign, that the parliament dissolve and that new elections be held, in Bangkok, Thailand, Aug. 16, 2020.

คนทั่วโลกรู้จักเครื่องดื่มประเภทชาที่มาจากเอเชียหลายขนาน ตั้งแต่ ชาเย็นของไทย ไปถึง ชาดำใส่นมของฮ่องกง และชานมไข่มุกของไต้หวัน แต่ใครจะคาดว่า เครื่องดื่มเหล่านี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของชาวเอเชียรุ่นใหม่ไปแล้ว ด้วยแฮชแท็กของทวิตเตอร์ #MilkTeaAlliance หรือ พันธมิตรชานม ที่ผู้ติดตามใช้ในการสื่อถึงความต้องการต่อสู้อำนาจเผด็จการในหลายประเทศ

กลุ่มพันธมิตรชานมนั้น กำเนิดขึ้นหลังชาวจีนผู้รักชาติออกมาโจมตี “ไบร์ท” วชิรวิชญ์ ชีวอารี นักแสดงชาวไทย กรณีรีทวีตภาพที่สื่อว่า ฮ่องกงมีสภานะเป็นประเทศ ซึ่งถูกมองว่าดูถูกรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และปัจจุบันประกอบไปด้วยพลเมืองออนไลน์ หรือ Netizen ที่มีแนวคิดเหมือนๆ กัน และแสดงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านหลายโครงการในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ประเด็นการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง และการเซ็นเซอร์โดยรัฐบาลต่างๆ รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฮ่องกง

แต่จุดเปลี่ยนหนึ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวซึ่งกำเนิดบนโลกออนไลน์ กลายมาเป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นบนท้องถนน ด้วยการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาชาวไทย เพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในประเทศ

เกรกอรี บี โพลิง นักวิจัยอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้อำนวยการโครงการ Asia Maritime Transparency Initiative แห่งศูนย์ Center for Strategic and Institutional Studies ที่กรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นว่า แฮชแท็กนี้ช่วยให้เกิดการรวมตัวกันของผู้ที่สนับสนุนเสรีภาพของประชาชนและสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง และเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่กระแสนี้จะไม่ได้ต่อต้านเพียงแต่อำนาจเผด็จการของรัฐบาลจีน แต่ผู้มีอำนาจในไทยด้วย

โพลิง บอกกับ วีโอเอ ว่า แฮชแท็ก #MilkTeaAlliance ติดกระแสลมออนไลน์อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพราะเป็นการคิดชื่อที่ฉลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่คนจากหลายประเทศสามารถใช้ร่วมกันได้ ทั้งยังเป็นการเล่นสำนวนที่คนในไทย ไต้หวัน และฮ่องกง เข้าใจอย่างง่ายดายในการตอบโต้ความพยายามโจมตีพวกตนโดยนักการทูตจีนและผู้มีอำนาจอื่นๆ ในการจำกัดเสรีภาพของการแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์

นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว #MilkTeaAlliance ต่อต้านรัฐบาลไทยแล้ว ป้ายแฮชแท็กนี้ยังปรากฎในการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกงแล้วด้วย

รายงานข่าวระบุว่า มีคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศออกมาแสดงการสนับสนุนผู้เคลื่อนไหวไทยที่ต้องการให้เกิดการยุบสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย อย่างเช่น ในไต้หวัน ที่มีผู้ออกมาชุมนุมเดินประท้วงบนถนนหนุนผู้ประท้วงในไทยแล้ว

ทัชชภร ศุภรัตน์ภิญโญ นักศึกษาไทยในไต้หวัน บอกว่า ผู้ร่วมชุมนุมจะใช้แฮชแท็ก #MilkTeaAlliance เพื่อสนับสนุนการต่อต้านรัฐบาลจีน และการใช้อำนาจเผด็จการทั้งหมดในเอเชีย ขณะที่ อัครวัฒน์ ศิริพัธนโชค ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดการชุมนุมในไต้หวันเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยในไทยและฮ่องกง บอกกับผู้สื่อข่าว รอยเตอร์ส ว่า ผู้คนไม่ต้องการแค่พูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ต้องการให้สมาชิกพันธมิตรทั่วเอเชียช่วยกันออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยด้วย

Zhao Lijian
Zhao Lijian

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ส รายงานว่า จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ปฏิเสธให้ความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรชานม โดยระบุว่า ผู้ที่สนับสนุนการประกาศอิสรภาพของฮ่องกงและไต้หวัน มักสุมหัวกันทางอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว ดังนั้น การออกมาชุมนุมของคนกลุ่มดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ และย้ำด้วยว่า “การสมรู้ร่วมคิดของคนกลุ่มนี้ไม่มีทางสำเร็จอยู่แล้ว”

เมื่อพูดถึงแฮชแท็ก #MilkTeaAlliance ซึ่งฟังดูไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองเลย รอย เหงิง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวสิงคโปร์ที่ใช้ชีวิตในไต้หวัน บอกกับ วีโอเอ ว่า กลุ่มของตนเช่นกันที่เลือกสอดแทรกอารมณ์ขันเข้าไปในบทสนทนาเครียดๆ และเสนอเนื้อหาแบบไม่เป็นทางการเพื่อเข้าถึงพลเมืองออนไลน์ที่อายุไม่มากและคุ้นเคยกับสื่อสังคมออนไลน์ ทั่วภูมิภาคเอเชีย

เขาระบุว่า อารมณ์ขัน คือ เครื่องมือที่มีพลังอำนาจมากในการต่อต้านอำนาจเผด็จการต่างๆ เพราะการที่ผู้สนับสนุนเลือกจะใช้เสียงหัวเราะสู้กับภัยคุกคาม ทำให้ความพยายามแข็งขันที่จะกดขี่ผู้คนของกลุ่มอำนาจทั้งหลายดูอ่อนปวกเปียกไปทันที

XS
SM
MD
LG