ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'วิกฤตสุขภาพจิต' อาจทำให้ทั่วโลกเสียค่าใช้จ่าย $16 ล้านล้าน ภายในปี 2030


ผู้เชี่ยวชาญชี้ ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ประเทศในโลก และอาจทำให้ทั่วโลกต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 16 ล้านล้านเหรียญ ระหว่างปีค.ศ. 2010 ถึง ค.ศ. 2030 หากยังไม่มีการหาทางรับมือกับปัญหานี้

รายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ สาธารณสุข และประสาทวิทยาทั่วโลก จำนวน 28 คน ตลอดจนผู้ป่วยด้านสุขภาพจิตและกลุ่มผู้สนับสนุน กล่าวว่า วิกฤติการณ์ที่กำลังขยายตัวขึ้นนี้ อาจส่งผลร้ายระยะยาวแก่ผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจทั่วโลก

Vikram Patel ผู้ร่วมเขียนรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า แม้ว่าค่าใช้จ่ายบางส่วนจะเป็นค่าใช้จ่ายตรงในการดูแลสุขภาพและยารักษาโรค หรือการบำบัดรักษาอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมในรูปของการสูญเสียผลผลิต และการใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคม การศึกษาและกฎหมายและระเบียบต่างๆ

Vikram Patel ศาสตราจารย์คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard ผู้นี้ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องภาวะเจ็บป่วยทางจิตเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วทุกมุมโลกในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนในสังคมกำลังแก่ชราลง และเด็กๆ ก็กำลังย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาวกันมากขึ้น แต่ไม่มีประเทศไหนเลยที่จะลงทุนเพื่อรับมือกับปัญหานี้อย่างเพียงพอ และว่าไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ ของมวลมนุษยชาติ ที่จะถูกละเลยมากเท่ากับปัญหาเรื่องสุขภาพจิตนี้

องค์การอนามัยโลกคาดประมาณว่า ผู้คนทั่วโลกป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 300 ล้านคน โรคสมองเสื่อม 50 ล้านคน โรคจิตเภท 23 ล้านคน และโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้วราว 60 ล้านคน

รายงานในวารสารการแพทย์ The Lancet ชี้ว่า ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตทั่วๆ ไป เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และโรคจิตเภท มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว ถูกทรมาน และถูกจำคุกด้วย

Richard Horton หัวหน้าบรรณาธิการวารสารทางการแพทย์ The Lancet ระบุว่า รายงานดังกล่าวได้เน้นถึงวิธีการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคจิตที่ไม่เหมาะสมทั่วโลก ตลอดจนเรียกร้องให้มีการใช้แนวทางด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตจะไม่ถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รวมถึงการหางานทำ การศึกษา และประสบการณ์ชีวิตในด้านอื่นๆ

นอกจากนี้ยังแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้วิธีการดูแลผู้ป่วยทางจิตด้วยการใช้ชุมชนเป็นพื้นฐาน คือให้การบำบัดรักษาด้วยจิตสังคม เช่น การพูดคุย ไม่ใช่รักษาโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน เพื่อนพ้อง ครูอาจารย์ และนักบวชอีกด้วย

รายงานฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่ก่อนการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพจิตระดับรัฐมนตรีครั้งแรกในกรุงลอนดอนในสัปดาห์นี้

XS
SM
MD
LG