ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักวิเคราะห์ให้เครดิตผู้นำเกาหลีใต้ ช่วยสร้างบรรยากาศปรองดองก่อนการประชุมสุดยอด ‘ทรัมป์ - คิม’


South Korean President Moon Jae-in meets with North Korean leader Kim Jong Un at Peace House of the Panmunjom in the Demilitarized Zone, South Korea, April 27, 2018.

สัปดาห์นี้ตรงกับวาระครบรอบหนึ่งปีที่ มูน แจอิน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้

อดีตทนายด้านสิทธิมนุษยชนผู้นี้รับตำแหน่งผู้นำประเทศ ท่ามกลางการยั่วยุของเกาหลีเหนือที่ยกระดับการทดลองขีปนาวุธ

ตั้งแต่นั้นมา ประธานาธิบดี มูน แจอิน แสดงบทบาทที่ชัดเจนและต่อเนื่องทางการทูต เพื่อจูงใจให้เกาหลีเหนือพิจารณายุติโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่เขาเผชิญสิ่งท้าทายต่างๆ จนกระทั่งสามารถทำให้เกิดพัฒนาการที่เอื้ออำนวยต่อสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี ณ ขณะนี้

งานดังกล่าวของมูน แจอิน ดำเนินไปเคียงคู่กับท่าทีแข็งขันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่เชื่อในการกดดันเกาหลีเหนือด้วย “มาตรการลงโทษขั้นสูงสุด”

ในช่วงนั้น มูน แจอิน ยังเจอแรงกดดันจากจีนด้วย เพราะรัฐบาลปักกิ่งใช้มาตรการลงโทษอย่างไม่เป็นทางการต่อเกาหลีใต้ หลังจากที่รัฐบาลกรุงโซลติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ

U.S. missile defense system called Terminal High Altitude Area Defense, or THAAD, is seen at a golf course in Seongju, South Korea, Sept. 6, 2017.
U.S. missile defense system called Terminal High Altitude Area Defense, or THAAD, is seen at a golf course in Seongju, South Korea, Sept. 6, 2017.

นายมูน แจอิน กล่าวในสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสรับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วว่า ตนจะประสานงานกับจีน สหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ เพื่อหาทางออกที่สันติให้กับวิกฤตการณ์ความมั่นคง

เขาเดินเกมส์แตกต่างจากรัฐบาลหัวก้าวหน้าของเกาหลีใต้โดยทั่วไป

กล่าวคือรัฐบาลของนายมูน ทำตามมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ และให้ความร่วมมือกับเกาหลีเหนือเฉพาะในเรื่องโครงการด้านมนุษยธรรม ซึ่งเปียงยางเคยปฏิเสธความพยายามช่วงแรกๆ ของนายมูน เช่น การไม่ยอมรับความช่วยเหลือสำหรับเด็กที่เป็นโรคขาดอาหารจำนวนมากในเกาหลีเหนือ

แต่ล่าสุด การลงแรงที่ต่อเนื่องของนายมูนเริ่มเห็นผล

เริ่มจากการเจรจาระดับสูงระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองเกาหลี และการที่เปียงยางส่งตัวแทนเข้าร่วมโอลิมปิกฤดูหนาวที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จนมาถึงการประชุมสุดยอดระหว่างมูน แจอิน และคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งจะตามมาด้วยการพบกันของ โดนัลด์ ทรัมป์ กับนายคิม ในวันที่ 12 มิถุนายน ที่ประเทศสิงคโปร์

แม้หลายฝ่ายเห็นว่าพัฒนาเชิงบวกนี้เกิดจากมาตรการกดดันของสหรัฐฯ แต่ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า ประธานาธิบดีมูน แจอิน มีบทบาทสำคัญไม่น้อย

นักวิเคราะห์ อาน ชานอิล แห่งสถาบัน World Institute of North Korea Studies กล่าวว่า หากว่าเกาหลีใต้ไม่ได้ใช้แนวทางของมูน แจอิน บรรยากาศแห่งการปรองดองก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างที่เห็น

ตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุด คือการที่เกาหลีเหนือส่งนักโทษชาวอเมริกันในคดีสอดแนมและล้มล้างรัฐบาลกลับสหรัฐฯ

President Donald Trump walks with Tony Kim, third right, Kim Dong Chul, right, and Kim Hak Song, behind Trump, the three Americans detained in North Korea, as they arrive at Andrews Air Force Base in Md., May 10, 2018. Walking with Trump is Vice President
President Donald Trump walks with Tony Kim, third right, Kim Dong Chul, right, and Kim Hak Song, behind Trump, the three Americans detained in North Korea, as they arrive at Andrews Air Force Base in Md., May 10, 2018. Walking with Trump is Vice President

แต่แน่นอนว่าหนทางแห่งสันติภาพยังคงเต็มด้วยภารกิจและงานที่ท้าทายอยู่ข้างหน้า

แพทริค โครนิน (Patrick Cronin) นักวิเคราะห์จาก Center for American Security กล่าวว่า การส่งตัวชายชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีสามคนกลับสหรัฐฯ เป็นการเปิดประตูทางการทูตที่ยังต้องดูต่อไปอีกนานว่าจะสามารถนำไปสู่ผลที่ยั่งยืน ซึ่งอาจทำให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่หวังไว้

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของ Brain Padden และ Cindy Saine)

XS
SM
MD
LG