ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้นำจีนเดินเกมการทูตเชิงรุก ก่อนเจรจา “ทรัมป์ - คิม จอง อึน”


North Korean leader Kim Jong Un meets with China's President Xi Jinping, in Dalian, China in this undated photo released on May 9, 2018 by North Korea's Korean Central News Agency (KCNA).
please wait

No media source currently available

0:00 0:04:30 0:00

นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ มองว่า การพบกันระหว่างนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้งในรอบเพียงเดือนเศษนั้น สะท้อนถึงความกระตือรือร้นของจีนที่จะมีบทบาทในโต๊ะเจรจานิวเคลียร์ ระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้

ขบวนรถไฟสีเขียวมุ่งหน้าจากเกาหลีเหนือไปยังกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยเที่ยวบินส่วนตัวจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองต้าเหลียน เมืองท่าอันเป็นศูนย์กลางการค้าแห่งหนึ่งของจีน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การหารือระหว่างนาย สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้งในรอบ 1 เดือนเศษ ที่ทั่วโลกต่างจับตา

เพราะแม้ว่าจะได้รับการยืนยันในภายหลังจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนและเกาหลีเหนือว่า เป็นการหารือที่เตรียมการเอาไว้และเป็นไปอย่างจริงใจและอบอุ่น เพื่อสะท้อนว่าทั้ง 2 ชาติมีความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน และเกาหลีเหนือมีความตั้งใจที่จะยุติการทดสอบนิวเคลียร์ แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ กลับมองว่าการหารือทั้ง 2 ครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ได้เตรียมการเอาไว้ก่อน

นาย ติง ซู่เหลียง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จาก Hong Kong University of Science & Technology บอกว่า สิ่งที่น่าสนใจระหว่างการหารือครั้งแรกและครั้งที่ 2 ระหว่างผู้นำจีนและเกาหลีเหนือ ก็คือ แม้ว่าประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง จะมีภารกิจมากมายแค่ไหน เขายังสามารถเจียดเวลาเพื่อพูดคุยกับนายคิม จอง อึน ได้เสมอ

เช่นเดียวกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือที่ให้ความสำคัญกับจีน ด้วยการลงทุนเดินทางไปพบผู้นำจีนด้วยเครื่องบินส่วนตัวซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ก่อนหน้านี้ 2 อดีตผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม อิล ซุง และคิม จอง อิล ซึ่งเป็นปู่และบิดาของนายคิม จอง อึน แทบจะไม่ใช้การเดินทางโดยอากาศยาน หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินส่วนตัวระเบิดกลางอากาศ เมื่อปี ค.ศ. 1982

โดยเหตุการณ์สุดท้ายที่เคยพบเห็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางโดยเครื่องบินนั้น เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1986 ที่นาย คิม อิล ซุง เดินทางไปยังกรุงมอสโก เพื่อพบกับนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตผู้นำสหภาพโซเวียตด้วยเครื่องบินรัสเซีย

ด้านนายโอ อี ซุน สมาชิกอาวุโสจาก S. Rajaratnam School of International Studies บอกว่า แม้จะยังไม่มีภาพที่ชัดเจนของการหารืออย่างเร่งด่วนของผู้นำจีนและเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ แต่เป้าหมายใหญ่ก็คือการหาเตรียมการที่ครอบคลุม ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างนายคิม จอง อึน กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การหารือที่เกิดขึ้นซ้ำสองในระยะเวลาแค่ 40 วัน ตอกย้ำว่า เกาหลีเหนือกำลังล่องเรือในลำน้ำที่ไม่คุ้นเคย ในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความบาดหมางระหว่าง 2 เกาหลีที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษ และยุติการทดสอบนิวเคลียร์ในประเทศเพื่อการนี้

บวกกับท่าที่ของทรัมป์ในการถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้นักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์กันว่ามีความเป็นไปได้ทรัมป์อาจตัดสินใจถอนตัวจากการเจรจากับเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน

นายติง ซู่เหลียง มองว่า นายคิม จอง อึน ยังไม่แน่ใจว่าทรัมป์จะมีข้อเรียกร้องมากน้อยแค่ไหน แต่เห็นได้ชัดว่าทรัมป์ไม่พอใจกับการหารือกับเกาหลีเหนือในช่วงที่ผ่านมา คล้ายๆกับกรณีของอิหร่าน ที่ทรัมป์ต้องการมากกว่าที่เป็นอยู่

อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จาก Hong Kong University of Science & Technology ตั้งข้อสังเกตว่า จีนกำลังทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้เกาหลีเหนือในการใช้วิธีที่ช้าลงในการยุติการทดสอบนิวเคลียร์ เช่น การให้เกาหลีเหนือเปิดให้ผู้สังเกตการณ์เข้าไปที่ฐานทดสอบนิวเคลียร์เก่า โดยไม่เปิดเผยฐานทดสอบปัจจุบัน หรืออาจให้เกาหลีเหนือต่อรองกับสหรัฐฯ ให้ถอนระบบต่อต้านขีปนาวุธ หรือ THAAD ออกจากเกาหลีใต้ก่อนก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สร้างความประหลาดใจในการตอบรับคำเชิญเพื่อเจรจาสุดยอดแบบตัวต่อตัวกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้ชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะจีนต้องรีบเดินเกมรุกในการประสานความร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับรัฐบาลสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และรัสเซีย

นอกจากประเด็นการหารือที่เดาทางได้ยากแล้ว สถานที่ในการเปิดโต๊ะเจรจายังสร้างความกังขาอยู่จนถึงขณะนี้ หลังมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิม จอง อึน อาจเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ ซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพในการหารือระดับโลกมาแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์กลับมองว่า ความสัมพันธ์อันแนบแน่นของสิงคโปร์กับสหรัฐฯ อาจสร้างความบาดหมางกับจีนได้เหมือนกัน

XS
SM
MD
LG