ลิ้งค์เชื่อมต่อ

รัสเซียเดินหน้าโจมตี ‘ซาปอริห์เชีย’-เสียชีวิต 13 และบาดเจ็บอีกหลายสิบ


A view shows a residential building heavily damaged by a Russian missile strike in Zaporizhzhia, Ukraine, Oct. 9, 2022.

เจ้าหน้าที่รัฐบาลยูเครนรายงานในวันอาทิตย์ว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธหลายลูกตลอดช่วงข้ามคืนก่อนหน้าเข้าไปในพื้นที่เมืองซาปอริห์เชีย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนและบาดเจ็บกว่า 60 คน ขณะที่ กรุงมอสโกยังคงพยายามอ้างผลการทำประชามติและคำสั่งรัฐสภาเพื่อผนวก 4 อาณาเขตของยูเครนเข้ากับตนโดยผิดกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า การโจมตีครั้งสุดนี้มีเป้าหมายเป็นอาคารอพาร์ทเมนท์และบ้านเรือนและเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุระเบิดติดรถบรรทุกเมื่อวันเสาร์ ซึ่งทำให้สะพานเคิร์ชบริดจ์ (Kerch Bridge) ที่เชื่อมแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียเขากับคาบสมุทรไครเมีย ถล่มลงมาบางส่วน โดยสะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักของการนำส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงคลังสำหรับทหารให้กองทัพรัสเซียที่เดินหน้าโจมตีพื้นที่ภาคใต้ของยูเครนอยู่

Black smoke billows from a fire on the Kerch bridge that links Crimea to Russia, after a truck exploded, near Kerch, Oct. 8, 2022.
Black smoke billows from a fire on the Kerch bridge that links Crimea to Russia, after a truck exploded, near Kerch, Oct. 8, 2022.

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยูเครนออกมาให้ข่าวว่า ฝ่ายตนเป็นผู้ทำการโจมตีสะพานดังกล่าว โดยไม่ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยูเครนเป็นผู้รับผิดชอบการวางระเบิดครั้งนี้

ในระหว่างการแถลงข่าวรายวัน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี พูดถึงการโจมตีสะพานแห่งนี้แต่ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุ และกล่าวเพียงว่า “วันนี้ ไม่ได้เป็นวันที่เลวร้ายเท่าใด และแดดก็ออกเกือบตลอดในฝั่งของเรา ... แต่โชคไม่ดี ที่เป็นวันที่ขมุกขมัวที่ไครเมีย แม้ว่า อากาศจะอบอุ่นก็ตาม”

มิไคโล โพโดลยัก ที่ปรึกษาของปธน.เซเลนสกี ออกมาแสดงความยินดีต่อรายงานข่าวการโจมตีสะพานเชื่อมไครเมีย และทวีตข้อความว่า “ไครเมีย สะพาน และจุดเริ่มต้น ... ทุกอย่างที่ผิดกฎหมายต้องถูกทำลาย ทุกอย่างที่ถูกขโมยต้องถูกส่งคืนให้กับยูเครน ทุกอย่างที่ถูกรัสเซียครอบครองต้องถูกขับออกไป”

ประธานาธิบดีวลาเมียร์ ปูติน กล่าวในวันอาทิตย์ว่า การโจมตีสะพานนี้เป็น “การก่อการร้าย” ที่มีหน่วยรบพิเศษของยูเครนอยู่เบื้องหลัง และระบุว่า “ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นการก่อการร้ายที่มุ่งทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอันสำคัญยิ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย” พร้อมย้ำว่า ได้สั่งให้เริ่มทำการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว

ขณะเดียวกัน มาเรีย ซาคาโรวา ตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่น เทเลแกรม ว่า “ปฏิกิริยาของรัฐบาลกรุงเคียฟ ต่อการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เน้นให้เห็นถึงธรรมชาติความเป็นผู้ก่อการร้ายของ(ยูเครน)”

การไปรษณีย์ยูเครน ออกแถลงการณ์ว่า จะมีการออกแสตมป์ชุดฉลองการระเบิดสะพานดังกล่าว โดยภาพที่จะใช้ในแสตมป์จะอ้างอิงจากภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์คลาสสิคเพื่อตอกย้ำ “ความสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์” ของสะพานแห่งนี้ในสายตาของมอสโก

ส่วนเหตุการโจมตีที่เมืองซาปอริห์เชียนั้น กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า เกิดจากขีปนาวุธ 6 ลูก ซึ่งส่งผลให้อาคารตึกระฟ้าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างน้อย 1 แห่งถล่มลงมา และทำให้หน้าต่างของอาคารอีกหลายแห่งแตกกระจาย

Distressed local residents sit at a site of a residential area heavily damaged by a Russian missile strike in Zaporizhzhia, Ukraine, Oct. 9, 2022.
Distressed local residents sit at a site of a residential area heavily damaged by a Russian missile strike in Zaporizhzhia, Ukraine, Oct. 9, 2022.

เมืองแห่งนี้ซึ่งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ตั้งอยู่ใน 1 ใน 4 เขตปกครองที่รัสเซียประกาศผนวกเข้ากับตน

อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า รัสเซียยังคงสูญเสียพื้นที่ที่ตนเคยยึดครองมาได้ต่อไป โดยรวมถึงบริเวณที่มอสโกผนวกเข้ากับตนไป และปธน.ปูติน ขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์โต้สิ่งที่รัสเซียเรียกว่าเป็นการรุกรานอาณาเขตของตนหลังการผนวกดินแดนแล้ว

และเมื่อไม่กี่วันก่อน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียอาจนำไปสู่ “วันโลกาวินาศ” ได้

จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ This Week ทางสถานีโทรทัศน์ ABC ในวันอาทิตย์ว่า สิ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวนั้น คือ ภาพสะท้อนที่ชัดเจนต่อการประเมินสถานการณ์ ที่ว่า “เดิมพันในยูเครนนั้นสูงมาก” แต่ไม่ได้เป็นการอ้างอิงรายงานข่าวกรองของรัฐบาลที่ชี้ว่า ปธน.ปูติน กำลังจะเตรียมการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ในเร็ว ๆ นี้แต่อย่างใด

EU Foreign Policy Chief addresses the media on Ukraine crisis in Brussels
EU Foreign Policy Chief addresses the media on Ukraine crisis in Brussels

และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โจเซพ บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาประณามความพยายามของรัสเซียที่จะผนวก โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริห์เชีย ซึ่งเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปเข้ากับตนว่า เป็น “สิ่งผิดกฎหมาย และโมฆะตามกฎหมาย” พร้อมระบุว่า กองทัพรัสเซียต้องถอนกำลังของตนออกจากบริเวณโรงงานดังกล่าวและส่งมอบพื้นที่คืนยูเครนด้วย

เมื่อเช้าวันเสาร์เช่นกัน สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ออกรายงานที่ระบุว่า แหล่งพลังงานที่มาจากนอกโรงไฟฟ้าซาปอริห์เชียซึ่งมีอยู่แหล่งเดียวได้ถูกตัดไป หลังรัสเซียยิงปืนใหญ่โจมตีเข้าใส่

และหลังทีมวิศวกรทำการซ่อมแซ่มสายส่งไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว มีการเชื่อมต่อสายส่งกำลัง 750 กิโลโวลต์ดังกล่าวเข้ากับตัวโรงงานอีกครั้งในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ ตามเวลาในยูเครน

อย่างไรก็ดี ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA ทวีตข้อความออกมาว่า การเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้าจากภายนอกสำเร็จ เป็นเพียง “การบรรเทาสถานการณ์ชั่วคราว ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถควบคุมป้องกันได้อยู่นี้”

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ยังต้องพึ่งไฟฟ้าเพื่อทำให้ระบบต่าง ๆ ของโรงงานเย็นตัวตลอดเวลาและเพื่อการดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยต่าง ๆ ด้วย แม้ว่าจะมีการปิดเตาปฏิกรณ์ปรมาณูทั้ง 6 ตัวไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

  • ข้อมูลบางส่วนมาจาก เอพีและรอยเตอร์
XS
SM
MD
LG