ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ไบเดนเเต่งตั้ง นักการทูต “วิลเลียม เบิร์นส์” เป็น ผอ ซีไอเอ


FILE - Veteran diplomat William Burns, currently president of the Carnegie Endowment for International Peace, is seen at the annual Allen and Co. Sun Valley media conference in Sun Valley, Idaho, July 11, 2019.

เมื่อวันจันทร์ ว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศว่าเขาจะเสนอให้วิลเลียม เบิร์นส์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และอดีตทูตหลายสมัย ให้เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA

เบิร์นส์ วัย 64 ปี รับราชการที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มาแล้วถึง 33 ปี ทำงานให้กับประธานาธิบดีทั้งจากพรรคเดโมแครตและพรรคริพับลิกัน เคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซียสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ไบเดนกล่าวชมเบิร์นส์ว่าเป็น “นักการทูตตัวอย่าง” โดยเขาและเบิร์นส์เชื่อเหมือนกันว่า ข่าวกรองไม่ควรมีวาระทางการเมือง

ไบเดนยังระบุด้วยว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะทำให้หน่วยข่าวกรองเป็นอิสระ และทำให้ความเชื่อมั่นและความมั่นใจของเจ้าหน้าที่รัฐกลับคืนมา รวมถึงเจ้าหน้าที่ของซีไอเอ”

ทั้งนี้ หากเบิร์นส์ได้รับการยืนยันให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เขาจะเข้าดำรงตำแหน่งแทนจีนา แฮสเพล ผู้อำนวยการ CIA คนปัจจุบัน โดยเธอทำงานให้กับ CIA มากว่าสามทศวรรษ ก่อนจะเป็นผ.อ. หญิงของ CIA คนแรกเมื่อปีค.ศ. 2018

แฮสเพลมักไม่ปรากฎตัวออกสื่อนักในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งอยู่ โดยสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น แม้เธอจะเคยขัดแย้งกับประธานาธิบดี ทรัมป์ ออกสื่อมาแล้วก็ตาม

เมื่อช่วงต้นเดือน แฮสเพลปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ใหม่ของ CIA เพื่อพยายามจ้างงานกลุ่มบุคคลที่มีพื้นฐานหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยหน้าเว็บไซต์ใหม่ถูกออกแบบเพื่อ “กระตุ้นความสนใจของชาวอเมริกันที่มีความสามารถ ให้พวกเขาสัมผัสได้ว่า บรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังรอพวกเขาอยู่ที่นี่”

ทางด้านเบิร์นส์ ระบุในวิดีโอที่เผยแพร่โดยทีมงานเปลี่ยนผ่านของไบเดนเมื่อวันจันทร์ว่า เขาจะทำหน้าที่ใน CIA อย่างดีที่สุดเพื่อบูรณภาพขององค์กรโดยไม่เลือกข้าง และจะเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือด้านข่าวกรองกับพันธมิตรและหุ้นส่วน

เบิร์นส์ยังกล่าวด้วยว่า CIA จะต้องรับมือกับภัยคุกคามจากคู่แข่งมหาอำนาจอย่างรัสเซีย จีน ภัยก่อการร้าย ไซเบอร์สเปซ และ “ความท้าทายที่มีอำนาจขึ้น” อย่างการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงด้านสาธารณสุข

ทั้งนี้ การเสนอชื่อเบิร์นส์เป็นผ.อ. CIA ได้รับเสียงตอบรับในทางบวกจากอดีตเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองและความมั่นคง เช่น นอร์แมน รูล อดีตผู้จัดการข่าวกรองด้านอิหร่านแห่งชาติ ประจำสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ที่ทวีตข้อความว่า เบิร์นส์เป็น “ตัวเลือกที่แข็งแกร่ง” และได้รับการนับถือว่ามีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และมีความยึดมั่นต่อผู้ร่วมงาน

มาร์ค โพลีเมโรโพอูลอส อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอาวุโสของ CIA ทวีตข้อความว่า เขาคิดว่าเบิร์นส์จะเป็นที่ยอมรับอย่างมาก โดยในช่วงที่เขาปฏิบัติงานทางการทูตในต่างประเทศ เขาก็ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ภาคสนามของ CIA เป็นอย่างดี

ในส่วนประวัติของเบิร์นส์นั้น นับตั้งแต่เขาเกษียณอายุราชการไปเมื่อปีค.ศ. 2014 เขาก็เป็นประธานของสถาบัน Carnegie Endowment of International Peace ได้รับรางวัล Presidential Distinguished Service Awards สามครั้ง และได้รับเกียรติด้านพลเมืองสูงสุดจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และจากหน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ

เบิร์นส์จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลาซาล นครฟิลาเดลเฟีย และจบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

XS
SM
MD
LG