ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักศึกษาจบใหม่ในสหรัฐฯ ปีนี้มีโอกาสได้งานสูงขึ้น เนื่องจากอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี


Some of the six thousand Liberty University graduates are seen in the school's football stadium for the Christian university's 44th commencement, in Lynchburg, Virginia, May 13, 2017. President Donald Trump will be speaking at the event. (C. Presutti/VOA)

อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในขณะนี้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ปีค.ศ. 2007

กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ รายงานว่าอัตราการว่างงานสำหรับคนที่มีปริญญาตรีหรือสูงกว่านั้นในสหรัฐฯ อยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับอัตราการว่างงานโดยรวมซึ่งอยู่ที่ 4.5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่คนที่เรียนจบระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่านั้น มีอัตราการว่างงานที่ 6.8 เปอร์เซ็นต์

Nicole Smith หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำศูนย์การศึกษาและแรงงานแห่งมหาวิทยาลัย Georgetown ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า "ปีนี้เป็นปีที่ดีและเหมาะแก่การเรียนจบ เพราะอัตราการว่างงานที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีจะช่วยให้นักศึกษาที่เรียนจบในปี 2017 นี้ มีโอกาสดีมากที่จะได้งานทำ"

ผลการสำรวจชิ้นล่าสุดโดย National Association of Colleges and Employers ชี้ว่าการมีศึกษาสูงจะช่วยให้มีโอกาสได้งานทำสูงขึ้น และความต้องการแรงงานที่เรียนจบระดับประกาศนียบัตร ปริญญาตรีและปริญญาโทมีสูงมาก โดยเฉพาะทางสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์

แต่ Smith หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Georgetown กล่าวว่าไม่จำเป็นต้องมีปริญญาตรีเพื่อหางานทำในตลาดงานทุกวันนี้ เพราะมีตำแหน่งงาน 28 ล้านตำแหน่งในตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในขณะนี้ เป็นงานที่ได้เงินเดือนสูงสำหรับคนที่ไม่มีปริญญาตรี

Smith กล่าวว่าในขณะที่การเรียนจบสูงอาจช่วยให้นักศึกษาจบใหม่มีโอกาสมากขึ้น แต่ยังมีคนที่เรียนจบปริญญาตรีจำนวนมากที่ไม่มีงานทำ

เธอกล่าวว่าเกือบ 1 ใน 3 ของคนเหล่านี้ที่ได้รับการศึกษาสูงเกินความต้องการของตลาดแรงงาน

ด้าน Mark Hamrick นักวิเคราะห์อาวุโสแห่ง Bankrate.com กล่าวว่า ผลการสำรวจเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฮ็อทที่สุดในปี 2017 นี้ พบว่าสาขาอาชีพที่โตเร็วที่สุดไม่ระบุให้แรงงานต้องมีปริญญาตรี ไม่ว่าจะเป็นงานด้านกายภาพบำบัด การบริการด้านการดูแลสุขภาพ และงานด้านการบริการผู้สูงอายุ

ตลาดงานในสาขานี้ต้องการแรงงานจำนวนมาก เพราะสหรัฐฯ มีคนรุ่น baby boomers ที่เกิดในช่วงปีค.ศ. 1946 ถึง 1964 เริ่มเข้าสู่วัยเกษียณอายุ

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐฯ ชี้ว่างานที่กระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันจะต่างจากงานที่ส่งเสริมเศรษฐกิจสหรัฐฯ 30-40 ปีที่แล้วอย่างแน่นอน

Smith หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Georgetown กล่าวว่างานในภาคการผลิตจะไม่กลับมาเติบโตอีกในสหรัฐฯ โดยงานในภาคการผลิตที่จะยังคงอยู่จะเป็นงานที่ใช้ความสามารถสูง เป็นงานไฮเทคและต้องการแรงงานที่มีความสามารถสูงกว่าในอดีต

Smith ชี้ว่าตลาดงานในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตเพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเทคโนโลยีและทางสังคม ทำให้แรงงานต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตการทำงาน และหมายความว่าการมีปริญญาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันทำให้ทั้งแรงงานเก่าและแรงงานใหม่ต้องเต็มใจที่จะย้ายสถานที่อยู่ตามแหล่งงานต่างๆ

Mark Hamrick นักวิเคราะห์อาวุโสแห่ง Bankrate.com กล่าวว่า ความต้องการแรงงานจะยังมีสูงที่สุดในพื้นที่ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วและมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าแรงงานจะยังเดินหน้าอพยพไปหางานทำในบรรดาเมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ต่อไป

รายงานเกี่ยวกับตำแหน่งงานในสหรัฐฯ ชิ้นล่าสุด ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ สร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 211,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา และอัตราการว่างงานลดลงไปอยู่ที่ 4.4 เปอร์เซ็นต์

นี่เป็นตัวเลขที่สดใสเมื่อเทียบกับตัวเลขคนว่างงานหลังเกิดวิกฤติทางการเงินในปี 2008 ที่มีคนตกงานเดือนละ 8 แสนคน และอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นไปอยู่สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์

(รายงานโดย Mil Arcega / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว )

XS
SM
MD
LG