ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

“โมดี” เหน็บจีน “หมดยุคขยายอิทธิพล” หลังโผล่ตรวจตราพรมแดนพิพาท


Prime Minister Nirendra Modi

นายกรัฐมนตรีอินเดีย ลั่น "หมดยุคแผ่ขยายอิทธิพล" ระหว่างเดินทางเยือนพื้นที่พิพาทบริเวณพรมแดนอินเดีย-จีน เมื่อวันศุกร์ สะท้อนความบาดหมางระหว่างสองชาติที่ยังไม่มีทีท่าจะจบสิ้น

นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ลงพื้นที่เมืองลาดักห์ ทางตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพร้อมพรั่งไปด้วยทหารหลายพันนายที่ประจำการบริเวณพรมแดน หลังเหตุปะทะระหว่างทหารอินเดียและจีน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้นำอินเดีย กล่าวชื่นชมความกล้าหาญของเหล่าทหารอินเดีย พร้อมกับกล่าวว่า นี่คือยุคแห่งการพัฒนา และว่าประวัติศาสตร์ได้สอนไว้ว่าการแผ่ขยายอำนาจและการใช้ความรุนแรงเพื่อขยายอิทธิพล จะนำมาซึ่งความสูญเสียหรือถูกตอบโต้กลับจนต้องล่าถอยไปในที่สุด

วาระเยือนพื้นที่พิพาทของผู้นำอินเดีย เป็นการส่งสัญญาณแข็งกร้าวถึงจีน และสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารอินเดียในพื้นที่พิพาทไปพร้อมกัน หลังจากผ่านพ้นไปร่วมสองสัปดาห์ จากเหตุปะทะระหว่างทหารอินเดียและจีน บริเวณ Galwan Valley ในเมืองลาดักห์ ทางตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย

จนถึงวันนี้จีนและอินเดียต่างกล่าวหากันว่าเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดการปะทะ ซึ่งเป็นเหตุให้มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 20 นาย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 76 นาย นับเป็นความบาดหมางระหว่างสองชาติที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 5 ทศวรรษ

แม้ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งจีนและอินเดียจะยืนยันว่าได้ลดดีกรีความรุนแรงระหว่างกันแล้ว ผ่านการเจรจาทางการทูต แต่ในภาพใหญ่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุติความบาดหมายได้โดยง่าย จากที่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อินเดียได้เพิ่มสรรพาวุธทางการทหาร ด้วยการทุ่มงบ 2,400 ล้านดอลลาร์ สั่งซื้อเครื่องบินรบรัสเซีย 33 ลำ และอัพเกรดเครื่องบินรบที่มีอีก 59 ลำ เพื่อยกระดับศักยภาพของกองทัพอากาศอินเดีย ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมอินเดีย

XS
SM
MD
LG