ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ฟอร์ด เล็งขายเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้าสำหรับตลาดยุโรป ภายในปี 2030


Ford Motor Co. unveils the new 2020 Escape SUV during a celebration at Greenfield Village in Dearborn, Michigan, March 28, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:35 0:00


บริษัทรถยนต์ ฟอร์ด มอเตอร์ เปิดเผยในวันพุธตามเวลาในสหรัฐฯ ว่า ทางบริษัทวางแผนที่จะจัดจำหน่ายเฉพาะรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงประเภทเดียวในตลาดยุโรป ภายในปี ค.ศ. 2030 ขณะที่ผู้ผลิตรถสัญชาติอเมริกันรายนี้กำลังเร่งปรับปรุงสายการผลิตของตนให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสั่งห้ามจำหน่ายรถที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในบางประเทศ

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ จะลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 30 เดือนต่อจากนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนโรงงานผลิตรถของตนในเมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ให้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์การผลิตรถพลังงานไฟฟ้าแห่งแรกของบริษัทในยุโรป

ฟอร์ด เปิดเผยด้วยว่า บริษัทจะเริ่มผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวและผลิตในยุโรปทั้งหมด ที่ศูนย์การผลิตดังกล่าวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023 เป็นต้นไป ขณะที่ กำลังพิจารณาการผลิตรถแบบดังกล่าวในรุ่นที่ 2 อยู่ด้วย

The President and CEO of Ford Motor Company Jim Hackett, poses with Volkswagen CEO Herbert Diess at the North American International Auto Show in Detroit, Jan. 14, 2019.
The President and CEO of Ford Motor Company Jim Hackett, poses with Volkswagen CEO Herbert Diess at the North American International Auto Show in Detroit, Jan. 14, 2019.

ทั้งนี้ ฟอร์ดได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทรถ โฟล์คสวาเกน โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ผลิตรถสัญชาติอเมริกันแห่งนี้จะต้องใช้รถไฟฟ้า MEB ของโฟล์ค เป็นต้นแบบการผลิตต่อไป

นอกจากนั้น บริษัทผู้ผลิตรถที่มีมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ รายนี้ยังตั้งเป้าที่จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเพื่อจำหน่ายในยุโรปภายในปี ค.ศ. 2026 และเล็งที่จะปรับสัดส่วนรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งหมายถึง รถบรรทุกต่าง ในตลาดนี้ให้เป็นรถไฟฟ้าหรือรถไฮบริดมากถึง 2 ใน 3 ภายในปี ค.ศ. 2030 ด้วย

ปัจจุบัน ฟอร์ด เป็นผู้นำตลาดรถที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันในสหรัฐฯ และยุโรป ด้วยสัดส่วนการตลาดสำหรับรถประเภทดังกล่าวที่ 40 เปอร์เซ็นต์ และ เกือบ 15 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

XS
SM
MD
LG